จะเป็นอย่างไร… หากพรุ่งนี้เช้า ท่ามกลางความเร่งรีบของหัวเมืองใหญ่ จู่ๆ กลุ่มคนในชุดแจ็กเก็ตหลากสีบนเบาะมอเตอร์ไซค์หายตัวไปพร้อมกันทั้งหมด? ภาพที่ตามมาก็คงเป็นความโกลาหล ธุรกิจร้านอาหารชะงักงัน พัสดุตกค้าง เมืองทั้งเมืองคงตกอยู่ในภาวะอัมพาต เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันอาชีพ “ไรเดอร์” ได้กลายมาเป็น “สายพานลำเลียง” เส้นสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกเส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจ พวกเขาคือ “ฟันเฟือง” ตัวเล็กที่สุดที่ถูกระบบบังคับให้ต้องหมุนเร็วที่สุด แบกรับความเสี่ยงที่สุด เพื่อขับเคลื่อนให้เมืองนี้เดินหน้าต่อไปได้
จะเป็นอย่างไร… หากพรุ่งนี้เช้า ท่ามกลางความเร่งรีบของหัวเมืองใหญ่ จู่ๆ กลุ่มคนในชุดแจ็กเก็ตหลากสีบนเบาะมอเตอร์ไซค์หายตัวไปพร้อมกันทั้งหมด? ภาพที่ตามมาก็คงเป็นความโกลาหล ธุรกิจร้านอาหารชะงักงัน พัสดุตกค้าง เมืองทั้งเมืองคงตกอยู่ในภาวะอัมพาต เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันอาชีพ “ไรเดอร์” ได้กลายมาเป็น “สายพานลำเลียง” เส้นสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกเส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจ พวกเขาคือ “ฟันเฟือง” ตัวเล็กที่สุดที่ถูกระบบบังคับให้ต้องหมุนเร็วที่สุด แบกรับความเสี่ยงที่สุด เพื่อขับเคลื่อนให้เมืองนี้เดินหน้าต่อไปได้

เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ หากเราเปิดหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการแรงงาน เราจะเห็นภาพของการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึงมี โดยเฉพาะเป้าหมาย “8-8-8” นั่นคือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และใช้ชีวิต 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกสร้างขึ้นในยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม แต่ในวันนี้ สังคมเปลี่ยนไปแล้ว และกลวิธีในการขูดรีดของกลุ่มทุนก็แนบเนียนขึ้น ทุนนิยมแพลตฟอร์มได้หยิบยื่นคำว่า “ความยืดหยุ่น” (Flexible Time) มาเป็นข้อเสนออันหอมหวาน แต่แท้จริงแล้วมันคือการพังทลายเส้นแบ่งระหว่าง “เวลางาน” และ “เวลาชีวิต” ให้พร่าเลือน

กลุ่มทุนไม่ต้องสร้างโรงงานที่มีรั้วรอบขอบชิดอีกต่อไป เพราะพวกเขาได้ขยายอาณาเขตของการทำงานเข้าสู่ทุกพื้นที่ในชีวิตของเรา เปลี่ยนสังคมทั้งมวลให้กลายเป็น “โรงงานสังคม” (Social Factory) หลักการนั้นเรียบง่ายระบบจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณเพียงแค่พอประทังชีวิต (ค่าข้าว ค่าน้ำมัน ค่าเช่าห้อง) ถ้าคุณขยันคุณก็อาจจะได้ค่าตอบแทนที่มากขึ้นมา แต่เวลาและหยาดเหงื่อส่วนเกินที่คุณทุ่มเทลงไปทั้งหมด จะถูกแปรสภาพเป็นผลกำไรมหาศาลที่ไหลกลับไปสู่เจ้าของแพลตฟอร์ม รูปแบบนี้บีบบังคับให้แรงงานต้อง “ควบคุมและขูดรีดตัวเอง” ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รายได้ที่พอในแต่ละวัน

ความไม่สมดุลระหว่าง “ผลตอบแทนที่ต่ำเตี้ย” กับ “ปริมาณงานที่ต้องทำ” นำไปสู่สภาวะการทำงานที่หนักหน่วงจนเกินขีดจำกัด ภาพสะท้อนที่หนึ่งคือตอนที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกลุ่มไรเดอร์จังหวัดลพบุรี ที่สกรีนหลังเสื้อทีมของพวกเขาด้วยคำว่า “สว่างคาตา” คำนี้ไม่ใช่แค่สโลแกนเท่ๆ แต่มันคือตลกร้ายที่ มันสะท้อนถึงชีวิตที่ต้องทำงานล่วงเลยเวลาพักผ่อนไปอย่างกู่ไม่กลับ เพื่อชดเชยค่ารอบที่ถูกกดให้ต่ำ ค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ไรเดอร์กลุ่มนี้ต้องขี่มอเตอร์ไซค์จากลพบุรีเข้ามาวิ่งงานในกรุงเทพฯ ลากยาวข้ามคืนข้ามวัน วิ่งงานไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมงจนฟ้าสว่างคาตา หลายคนหมดสภาพจนต้องอาศัยฟุบนอนตามหน้าหน้าร้านสะดวกซื้อ นี่คือผลลัพธ์ของระบบอัลกอริทึมที่ทำงานอย่างไร้หัวใจ มันบีบคั้นให้มนุษย์คนหนึ่งต้องละทิ้งเวลานอน เวลาพักผ่อน และเวลาที่จะได้กลับไปเป็นมนุษย์ เพียงเพื่อวิ่งไล่ตามเป้าหมาย (Incentive) ที่ระบบตั้งไว้

บางคนอาจมองว่า ปัญหาของไรเดอร์คือเรื่องของคนบนท้องถนน ไม่เกี่ยวอะไรกับมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานในห้องแอร์ แต่หากเรามองให้ลึกลงไปถึงโครงสร้าง เราจะพบความจริงที่ว่า เราทุกคนคือแรงงาน (แพลตฟอร์ม)
ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์ที่ต้องตอบไลน์ลูกค้าตอนเที่ยงคืน พนักงานออฟฟิศที่ถูกตามงานผ่านแอปพลิเคชันในวันหยุด หรือไรเดอร์ที่ถูกจับตาด้วยอัลกอริทึม ทุกคนล้วนกำลังเผชิญหน้ากับ “โรงงานสังคม” ที่ขูดรีดเวลาชีวิตของเราไปไม่ต่างกัน ระบบทุนนิยมยุคใหม่พยายามสลายการรวมกลุ่มและทำให้เราเชื่อว่าเราคือ “ผู้ประกอบการอิสระ” หรือ “พาร์ทเนอร์” เพื่อตัดความรับผิดชอบด้านสวัสดิการและสิทธิแรงงาน

วันแรงงานแห่งชาติในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่การรำลึกถึงกรรมกรในโรงงานเมื่อร้อยปีก่อน ที่อาจเรียกร้องสวัสดิภาพบางอย่างที่ทำให้เรามีขึ้นในทุกวันนี้ แต่มันคือการกลับมาตั้งคำถามถึงสภาพชีวิตของพวกเราทุกคนในปัจจุบัน การยืนหยัดเรียกร้องสิทธิให้กับไรเดอร์ ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อคนกลุ่มเดียว แต่คือการปกป้องมาตรฐานของ “ความเป็นมนุษย์” ไม่ให้ถูกลดทอนลงไปเป็นเพียงชุดข้อมูลในระบบอัลกอริทึม เพราะตราบใดที่เรายังต้องใช้แรงกาย แรงใจ และเวลาของชีวิต เพื่อแลกกับค่าตอบแทนในการดำรงชีพ ราทุกคนก็คือ “ชนชั้นแรงงาน” ที่คู่ควรกับสิทธิ สวัสดิการ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน


