สนุกกับชีวิต มิตรสหาย196
โดย หมอทวี
ตอนที่ 6. “แกะรอยสหาย”
ทหารป่าจำเป็น แบบพวกเราชาวสหายนักศึกษา ทั้งชายหญิง มักมีปัญหาเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เรื่องหลงทาง
ผมก็คนหนึ่งแหละ จำที่จำทางไม่ค่อยเก่งเอาเสียเลย ขนาดทุกวันนี้ ที่ทางในเมืองยังจำไม่ค่อยได้ ถูกภรรยาดุเป็นประจำ บ่อยที่สุดก็คือจอดรถในห้างสรรพสินค้า แล้วขากลับดันหารถไม่เจอ ต้องเดินวนเวียนเหมือนเสือติดจั่น ยิ่งถูกดุก็ยิ่งรนราน
แต่ในภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ ยิ่งจำยากกว่านั้น เพราะมองไปทางไหนมันเหมือนๆกันหมด มันไม่มีป้ายหรือสัญญาณบอกทางใดๆให้เราสังเกตุได้เลย ต้องหาสิ่งจดจำกันเอาเอง
ผมนึกทึ่งในความสามารถของคนบ้านป่า แบบสหายชาวนาทั้งหลายแหล่ ไม่รู้ว่าพวกเขาจดจำทางในป่าทึบและภูเขาสูงกันได้อย่างไร จะว่าพวกเขาใช้วิธีดูดวงตะวันเพื่อบอกทิศนำทาง ก็บางทีในป่าทึบมันมองไม่เห็นพระอาทิตย์เอาเสียเลย แต่พวกเขาก็ยังคงนำพาไปได้ถูกทาง
นี่กระมังที่เขาเรียกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น อันติดอยู่ในตัวคน ท่องตำราเท่าไรก็ไม่เกิด เพราะมันมากับประสบการณ์ในชีวิต
เวลาที่เราออกปฏิบัติการทุกครั้ง ผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารจะทำการซักซ้อมแผนการเดินทางอย่างละเอียด รวมทั้งกำหนดจุดนัดหมายว่า ถ้าหากเกิดปะทะกับข้าศึกและแตกขบวนออกไป เราจะไปพบกันที่จุดใด และใช้ระหัสสัญญาณแสดงตัวกันว่าอย่างไร
สหายในหน่วยทุกคนต่างพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจตรงกัน ส่วนผมก็พยักหน้าไปยังงั้นๆ ในใจคิดว่า ถ้าเป็นเราหลงหมู่คงเสร็จแหงแก๋ แต่เอาเถอะวะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ไปว่ากันเอาดาบหน้าดีกว่า
ผมว่านะ พวกสหายจากเมืองทุกคนคงเคยหลงป่าแบบผมบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะเท่าที่ทราบ พวกที่”ตกไกล”ไปยิ่งกว่าผมก็มีหลายคน ขนาดออกไปขี้ในป่าข้างทับที่ตั้งเพียงแป้บเดียวก็ยังหลงทาง กลับบ้านไม่ถูกก็เคยมี เล่นเอาเพื่อนฝูงต้องออกตามหา
พูดถึง”หลุมขี้”ของสหาย ก็มีเรื่องน่าขบขันอยู่ไม่น้อย เวลาที่เราตั้งทับชั่วคราวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เรามักไม่ได้ทำหลุมส้วมที่เป็นเรื่องเป็นราว ปล่อยให้ต่างคนต่างต้อง”จัดการตนเอง”ไปต่างๆนานา ส่วนใหญ่มักถือจอบ เสียมหรือมีดปลายแหลมติดมือไปด้วย เพื่อใช้ขุดและกลบให้เรียบร้อย เหมือนแมวที่เราเลี้ยงที่บ้าน ยังไงยังงั้น
ส่วนใครจะไปหาที่ทางตรงไหนสำหรับเป็นที่ปลดทุกข์ส่วนตัว มันก็มีปัจจัยตัวแปรหลายอย่างนะ บางทีขึ้นอยู่กับความหนักเบาของธุระส่วนตัวในขณะนั้น ขึ้นกับความหน้าบางหน้าหนาของเจ้าตัว ความมักง่ายมักยาก และความกลัวหลงป่าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้วย
ผลลัพธ์ก็คือ เกิดหลุมกับระเบิดของสหายกระจายตัวอยู่โดยรอบ บ้างก็กลบมิดชิด บ้างก็ทำพอเป็นพิธี ที่เรี่ยราดก็มีให้เห็น
บางทีสิ่งเหล่านี้มันก็มีข้อดีอยู่นะ คือว่ามันเป็น”ข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์”ที่ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์ในการ “แกะรอย” ติดตามไปสู่ที่ตั้งของสหายได้
คราวใดที่ขาดแคลนข้าวขาว ต้องพากันกินข้าวปนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ขี้ของพวกสหายก็จะเต็มไปด้วยเม็ดข้าวโพดเหลืองอร่าม
เวลากินข้าวปนถั่วแดงหรือถั่วดำ ขี้สหายก็จะเปลี่ยนสีไปตามเหตุปัจจัย
ถ้าเป็นหัวมันเสาร์หรือมันเลือด ก็จะออกสีแหล่ๆแดงๆ ราวกับภาพศิลปะ!!
พวกเราที่เป็นหน่วยจรยุทธ์มักมีประสบการณ์ มีภารกิจที่ต้องออกปฏิบัติการในแนวหน้าและเขตขาวเป็นเวลานานๆ เวลากลับมาฐานที่มั่นเพื่อพบปะประชุมร่วมกับสหายนำตามโอกาสต่างๆ ก็เหมือนได้มาพักร้อน แต่ก่อนที่เราจะเข้าถึงฐานที่ตั้ง ก็มักต้องเดินผ่านย่านอันตรายเหล่านี้
คราวหนึ่งมีสหายเกิดไปเหยียบทุ่นที่ว่าเข้าจังเบ้อเร้อ
ทั้งโมโห ทั้งเกิดอารมณ์ขัน จึงร้องตะโกนบอกพรรคพวกว่า
“ข่าวร้ายๆๆครับสหาย ….ผมเหยียบขี้เข้าแล้ว!”
“แต่ ยังก่อนสหาย ข่าวดีก็มีครับ”
“ครือว่า….เที่ยวนี้ไม่มีข้าวโพด!!”
“… ทราบแล้วเปลี่ยน ครับผม”
ตอนที่ 7. “จงอางสะอื้น”

