กาฬสินธุ์ ผืนดินเก่าแก่แห่งแดนอีสาน ที่มีมรดกทางความเชื่อ วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ตกทอดมาอย่างยาวนาน แต่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของคนกาฬสินธุ์ในวันนี้ กำลังจะทำให้คุณค่าดั้งเดิมจางหาย…
|
|||||||||
| กาฬสินธุ์ ผืนดินเก่าแก่แห่งแดนอีสาน ที่มีมรดกทางความเชื่อ วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ตกทอดมาอย่างยาวนาน แต่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของคนกาฬสินธุ์ในวันนี้ กำลังจะทำให้คุณค่าดั้งเดิมจางหาย หากจะรักษาไว้ให้ดำรงคงอยู่ จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญในการทำงานของโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ ท้องถิ่นน่าอยู่ จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านกลางหมื่น เป็นหมู่บ้านที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อท้าวโสมพะมิตร(เชคสะกดกับไฟล์บท) อพยพมาจากนครเวียงจันทร์ มาสร้างชุมชนแห่งนี้ ก่อนอพยพไพร่พลไปอยู่บริเวณริมแม่น้ำปาว ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน ที่บ้านกลางหมื่นแห่งนี้ ยังเป็นชุมชนที่เคยรุ่งเรืองมาทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม มีองค์พระเจ้าใหญ่หรือหลวงปู่ เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจที่ยังคงทำให้คนในชุมชนรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นไว้ได้ ปู่บุญสิน โยธาคึก ผู้อาวุโส บ้านกลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์“แต่ก่อนวัดนี้มาตั้งขึ้น ตั้งพระเจ้าใหญ่ไว้ที่นี่ ใครจะมารบกวนอะไรไม่ได้ ไม้ในเขตนี้ก็แตะต้องไม่ได้ เพราะแต่ก่อน ที่นี่เป็นป่าไม้ และตอนนี้ป่าไม้ก็ยังคงอยู่” | |||||||||
|
|||||||||
ให้ชาวบ้านได้เห็นความสำคัญ ตระหนัก มันก็จะเกิดความยั่งยืนแล้วก็เกิดความต่อเนื่อง ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่า ชาวบ้านจะร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ไม่ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิม ความเปลี่ยนแปลง คือ เขาใส่ใจชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น เขาเห็นความสำคัญว่าถ้าท้องถิ่นอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ครอบครัวเขาก็จะมีความสุขด้วย เริ่มมองเห็นทางว่าทุกส่วนนี่มันไม่ได้เกิดเฉพาะกับตัวเอง ชุมชนก็มีส่วน นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น” |
|||||||||
| เพื่อให้ “บ้านกลางหมื่น” เป็นหมู่บ้านต้นแบบ “ท้องถิ่นน่าอยู่” และเป็นหมู่บ้านเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะนี้ชาวบ้านได้ร่วมลงเงิน ลงแรง สร้างโรงสีชุมชนขึ้นมา และกำลังจะใช้งานได้ในเวลาอันใกล้ ซึ่งจะเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่ง ที่แสดงให้เห็นพลังของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง อีกมุมหนึ่งของเมืองกาฬสินธุ์ ที่อำเภอกุฉินารายณ์ ชาวบ้านในชุมชนมีการรวมตัวกันทำกิจกรรมหลายกลุ่ม โดยมีวิทยุชุมชนคนกุฉินารายณ์ เป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างกลุ่ม และส่งสารสู่ชุมชน สมาน ขจรฤทธิ์ ประธานเครือข่ายสมุนไพรบอนเขียว ตำบลนาขาม เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดอนุรักษ์ป่าชุมชน เพราะเป็นแหล่งอากาศ แหล่งอาหาร และแหล่งสมุนไพรผืนสุดท้าย โดยพยายามทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของป่า ผสานกับความเชื่อแบบดั้งเดิมของชุมชน |
|||||||||
|
|||||||||
ที่ บ้านเหล่าใหญ่ อำเภอกุฉินารายณ์ เป็นชุมชนชาวภูไท ที่ยังรักษาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งภาษาถิ่น การแต่งกาย ศิลปหัตถกรรม ยิ่งไปกว่านั้น ชาวเหล่าใหญ่ยังนำงานหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มาสร้างให้กลุ่มเข้มแข็ง และสร้างรายได้แก่ชุมชนด้วย |
|||||||||
|
|||||||||
| ด้วยความเป็นสังคมเล็กๆ คนเหล่าใหญ่ จึงรวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่น มีความเอื้อเฟื้อและแบ่งปันกัน ทั้งในด้านความรู้และสิ่งของ เป็นผลให้การดำเนินงานของกลุ่มเครือข่ายผ้าพื้นเมืองเหล่าใหญ่ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม |
|||||||||
กาฬสินธุ์ในวันนี้ มีชุมชนที่กำลังขยายเป็นเมืองใหญ่หลายพื้นที่ เช่นที่ อำเภอสมเด็จ ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน ความสะอาดของตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่ทุกฝ่ายต้องตระหนัก เพราะจะมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนในชุมชนด้วย โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงส่งเสริมให้ชุมชนหันมาให้ความสำคัญและร่วมมือกันพัฒนาตลาดไปพร้อมๆกับ การออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง |
|||||||||
|
|||||||||
|
|||||||||
จิตสำนึกของผู้คน คือจุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อสาธารณะ เช่นเดียวกับเกษตรกรส่วนหนึ่งของผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เริ่มหันมาสนใจถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมีเลี้ยงกุ้งที่มีต่อลำน้ำพวน ทางเลือกใหม่ของพวกเขาในวันนี้ คือ การเลี้ยงกุ้งแบบชีวภาพ โดยใช้จุลินทรีย์แทนสารเคมีอื่นๆ |
|||||||||
|
|||||||||
|
|||||||||
| สารคดี : บ้านเมืองเรื่องของเรา ชุดชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ ผลิตโดย : งานพัฒนาการสื่อสารฯ โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ร่วมผลิต : Nation TV ข้อมูลและภาพประกอบ : ทีมงานพัฒนาการสื่อสารฯ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา |
|||||||||






















