ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม…
| ถึงเวลายกเครื่องการจัดการน้ำของประเทศไทยใหม่หรือยัง | |||||||||
|
|
|||||||||
|
ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง |
|||||||||
| |
|||||||||
|
ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่การนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง เพราะเกรงว่าถ้าขาดแคลนน้ำจะทำให้โรงงานต่างๆ ต้องลดอัตราการผลิตลง และนั่น คือ จำนวนคนว่างงาน ปริมาณสินค้าส่งออก และความเชื่อมั่นจะเป็นปัญหาตามมา |
|||||||||
|
จากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนตกใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นช่วงกลางฤดูฝน ไม่แน่ใจว่าในช่วงฤดูน้ำน้อยหรือช่วงที่มีฝนตกน้อย อะไรจะเกิดขึ้นอีก ผมสงสาร กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การประปาภูมิภาค การนิคมอุตสาหกรรม และพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวสวน ที่ต้องพึ่งแหล่งน้ำผิวดิน คือ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำดอกกลาย และเขื่อนบางพระ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่านได้รุดไปสำรวจสภาพปัญหาอย่างรีบด่วน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ การผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำโดยการวางท่อวิ่งสู่การนิคมอุตสาหกรรม และให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขุดเจาะน้ำบาดาล เสริมปริมาณน้ำดิบ เพื่อให้เกิด “ความมั่นคง” การใช้น้ำแก่ภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว |
|||||||||
|
นายวิรัช คชสาร กำนันตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พร้อมคณะ ได้ยื่นหนังสือคัดค้าน การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายเสนอ จุนทรา ได้แก้ปัญหาน้ำให้ภาคอุตสาหกรรม โดยการดึงน้ำจากฝายทับผันเข้าสู่ท่อเพื่อไปช่วยโรงงานอุตสาหกรรม โดยนายวิรัช และคณะ เกรงว่าจะเกิดผลกระทบระยะยาวต่อภาคเกษตรและการอุปโภคและบริโภคหรืออีกนัยหนึ่ง คือ “ความมั่นคง” ด้านน้ำในท้องถิ่นของชาวสวนจะถูกกระทบ
|
|||||||||
|
|||||||||
|
ที่จริงจังหวัดระยองในลักษณะภูมินิเวศนั้นถือรวมอยู่ในภาคกลาง จังหวัดระยองรับน้ำต่อเนื่องจากพื้นที่รับน้ำจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครนายก ที่อยู่เหนือขึ้นไป ปัจจุบันมีการจัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมทั้งของเอกชนและรัฐตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเหล่านี้ รวมทั้งมีการขยายตัวของชุมชน โดยใช้น้ำดิบเพื่อการอุตสาหกรรมและชุมชนจากแหล่งน้ำใกล้เคียง เช่น แม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำนครนายก เป็นปริมาณมาก จังหวัดระยองรวมทั้งจังหวัดชลบุรีซึ่งตั้งอยู่ปลายน้ำย่อมได้รับผลกระทบต่อเนื่องแน่นอนจากการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมต้นน้ำเหล่านั้น
|
|||||||||
หลายคนคงลืมไปว่าป่าต้นน้ำ คือ แหล่งซับน้ำฝน ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บน้ำต้นทุน อุ้มน้ำคล้ายฟองน้ำดั่งในหลวงทรงเคยตรัสไว้ และต่อมาน้ำจากป่าต้นเหล่านั้นได้ไหลผ่านลำธารเล็กๆ ไหลลงต่อเนื่องสู่แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำที่คนสร้างขึ้นในพื้นที่ราบในที่สุด หลักการง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีป่าคงไม่มีน้ำในอ่างเก็บน้ำ “ความมั่นคง” ของน้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นสมการเส้นตรงสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ หรือ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ น้ำต้นทุนเกิดจากป่าต้นทุนนั่นเอง ลองดูตัวเลขก็ได้ จากข้อมูลกรมป่าไม้ ปี 2543 จังหวัดระยองมีพื้นที่ป่าที่น้อยที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก คือ 297 ตารางกิโลเมตร จังหวัดปราจีนบุรี มีมากหน่อยเพราะมีเนื้อที่บางส่วนติดเขาใหญ่ มี 1,481 ตารางกิโลเมตร สระแก้ว มี 2,172 ตารางกิโลเมตร กาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งเขื่อนศรีนครินทร์ มี 11,869 ตารางกิโลเมตร เพราะอานิสงค์การอนุรักษ์ป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเขื่อนศรีนครินทร์อย่างต่อเนื่องและมีปริมาณมาก
|
|||||||||
|
การบริหารจัดการน้ำปัจจุบันยังคงใช้แนวทางเดิมๆ เช่นการสร้าง อ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานต่างๆ เน้นวัตถุประสงค์หลักเพื่อการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรไม่ใช่อุตสาหกรรม การประปาภูมิภาคและการประปานครหลวงผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคชุมชน กรมทรัพยากรน้ำปัจจุบันก็เน้นการสร้างประปาหมู่บ้าน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเน้นการควบคุมและการออกใบอนุญาตขุดเจาะน้ำบาดาล ผมยังไม่เห็นกรมไหนรับผิดชอบการจัดการน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และเท่าที่ดูอยู่ก็น่าจะเป็นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพน่ากระมัง ซึ่งมีหน้าที่ที่ต้องวางแผนสนับสนุนการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งน้ำด้วย ถ้าเป็นจริงก็แสดงว่าการนิคมอุตสาหกรรมคาดการณ์ปริมาณการใช้น้ำระยะยาวที่จังหวัดระยองผิดพลาดหรืออาจมีการคาดการณ์อยู่แล้วแต่มิได้ปรับข้อมูลให้ทันสมัย หรือไม่ก็การนิคมอุตสาหกรรมเจอปัญหาทิศทางการบริหารจัดการน้ำมีความยุ่งยากซับซ้อนหรือหลายหน่วยงานเป็นเจ้าภาพและแต่ละหน่วยงานขาดการประสานภารกิจ เช่น การจัดการน้ำแบบแยกส่วนๆ โดย บริษัท อีสต์วอเตอร์ จำกัด กรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ เป็นต้น ทำให้ยากที่จะวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้
|
|||||||||
|
การแก้ปัญหาน้ำที่ระยอง ณ วันนี้ ผมอยากให้รัฐบาลดูอาการแสดงของแต่ละส่วนราชการว่าจะออกมาอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว บทเรียนนี้น่าจะนำมาปฏิรูประบบการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ ผมอยากเรียนท่านนายกทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำว่า การบริหารงานทรัพยากรที่ควรจะเป็นแยกส่วนไม่ได้ ไม่เหมือนการพัฒนาเศรษฐกิจรายสาขาการพัฒนาที่กล่าวมาแล้ว แต่การพัฒนาทุกสาขาต้องใช้ น้ำและอีกมิติหนี่งของการปฏิรูปการจัดโครงสร้างองค์กรบริหารทรัพยากรธรรมชาติไม่ควรแยกดิน น้ำ ป่า ออกจากกันได้ ดังเช่นการจัดโครงสร้างกรมต่างๆ ในปัจจุบัน เพราะดิน น้ำ ป่า เป็นฐานทรัพยากรที่เชื่อมโยงกัน
|
|||||||||
|
|||||||||
|
|||||||||
|
ที่มา : www.thaingo.org |
|||||||||




