ตอนที่ 59 ไพบูลย์เข้าไอซียู

Share Post :

13  ตุลาคม  2550


                สัปดาห์นี้เป็นช่วงที่ตึงเครียดที่สุด  เนื่องจากหลายเหตุมาประชุมกัน  

การออกตระเวนต่างจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนงานมหกรรมที่อยู่อาศัยโลกเกือบทุกวัน  ทำให้ไม่มีเวลาเขียนต้นฉบับบทความวิชาการประจำปีให้สถาบันพระปกเกล้า  ต้องใช้วิธีทะยอยเขียน  ทะยอยส่ง  ในที่สุดทันเวลาจนได้  ส่วนในครม.มีกฎหมายครอบครัวเข้าสู่การพิจารณา  โดยไม่มีเวลาได้เตรียมตัวเลย  เรื่อง  “บิ๊ก พม.ขี้หลี”  กำลังถูกถล่มจากสื่อและเครือข่าย NGO ด้านสิทธิสตรี  จู่ๆ อ.ไพบูลย์ก็มามีอาการ  Heart  Attack  ในวงประชุม ครม. แต่โชคดีช่วยกันหามส่งไอซียูรพ.รามาธิบดีได้ทัน  การเดี้ยงอย่างกระทันหันของรมว.พม.  ทำให้สื่อและสังคมหันมาจับจ้องที่ รมช.พลเดช  ว่าจะคลี่คลายปัญหาในพม.อย่างไร  แรงกดดันเพิ่มขึ้นทุกวัน  รมช.พลเดช ต้องปะทะอารมณ์กับสื่อมวลชนที่เป็นแฟนประจำเป็นครั้งแรก  ทีมงานรองนายกฯ ไพบูลย์ ที่ทำเนียบแตกตื่นไปกับอาการงอนของสื่อจนไม่เป็นอันกินอันนอน  นั่งวิเคราะห์กันทั้งวัน  แต่ หมอพลเดช ยังคงเชื่อมั่นในแนวทางการแก้ปัญหา  เพราะมีคำตอบในใจแล้วว่าจะทำอย่างไร  เหลือเพียงการเดินยุทธวิธีอย่างมีจังหวะและถูกเวลาเท่านั้น

7  ตุลาคม  2550

–        ไป จ.กาฬสินธุ์  ตามภารกิจขับเคลื่อนมหกรรมที่อยู่อาศัยโลกเปิดโครงการบ้านมั่นคง  และเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ระหว่างจังหวัด, อบจ., เทศบาล, พมจ. และพอช.  ไปร่วมงานของชุมชน  3 แห่ง  นายกเทศมนตรีที่นั่นมีความเข้มแข็งมาก  ทำโครงการบ้านมั่นคงครอบคลุมทั้งเทศบาล  โดยมีเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่รับผิดชอบให้เป็น  “เมืองที่ปลอดสลัม”  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่งย้ายมาจาก จ.ยโสธร เข้ามาแสดงชื่นชอบต่อคำปราศรัย/ปาฐกถาของ รมช.พม.มากเป็นพิเศษ  ขอนำความรู้ไปใช้และปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์สูกหา

8  ตุลาคม  2550

–        ส่งต้นฉบับบทความอีกส่วนหนึ่งให้เด็กพิมพ์  ก่อนเดินไปเชียงรายตั้งแต่เช้ามืด  งาน World  Habitat  Day  ที่นั่นมีพิธีลงนาม MOU กับนายกเทศมนตรีนครเชียงราย  เปิดป้าย  ปลูกต้นไม้  ลงเสาเอกบ้านมั่นคง  เยี่ยมชุมชน  3 แห่ง  ชาวบ้านต้อนรับดีมาก  โดครงการบ้านมั่นคงเป็นวิธีการสร้างชุมชนเข้มแข็งในกลุ่มประชาชนที่บุกรุกที่ดินของรัฐ  เอกชน  หรือสาธารณะ  ให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเป็นสหกรณ์เคหะสถานแล้วนำเงินมาจัดหาที่ดิน  สร้างบ้านอยู่อาศัยอย่างมั่นคงด้วยตนเอง

–        สั่งการให้รอง ปพม.(กานดา)  อำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีปลัดพม.ฉาวและส่ง List รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะให้ข้อมูล 10-15 ชื่อเป็นเบื้องต้น

–        กลับถึง กทม. 6 โมงเย็น  ต้องบึ่งไปทำเนียบเพื่อประชุมกับทีมสอบสวนปลัดพม.ร่วมกับอ.ไพบูลย์ อีกครั้ง  ถึงบ้านดึกมาก

9  ตุลาคม  2550

–        เจ้าหน้าที่มาดักพบเพื่อเตรียมการประชุมตัวชี้วัดกับ กพร. ตอนบ่ายแต่ไม่มีเวลาได้คุยเพราะต้องรับปั่นต้นฉบับบทความวิชาการอีก 2 ส่วน  เพื่อส่งให้เด็กพิมพ์เพิ่มจนถึงเวลาต้องเข้าประชุม ครม. ข้าวเช้าไม่ได้กินไปจากกระทรวง

–        ที่ ครม. ปกติในระหว่างรอเข้าประชุม  รัฐมนตรีต่างๆ จะทานกาแฟ  ขนม  ข้าวต้ม  โจ๊ก ฯลฯ เป็นการรองท้อง  พวกเรามักชุมนุมกัน  พูดคุยตามอัธยาศัย  แต่วันนี้ผมไปช้าและต้องรับเข้าห้องประชุมทันที  จึงอดต่อ  ต้องเตรียมนำเสนอกฎหมายครอบครัวแทน รมว.ไพบูลย์  ครั้งนี้รองนายกฯ สนธิเพิ่งเข้าประชุม ครม.เป็นนัดแรก

–        การประชุมนอกรอบ  นายกฯ หารือ 2 เรื่อง  1) ผลการหารือ กกต.เตรียมการเลือกตั้ง  กกต.ขอให้รัฐบาลช่วยรณรงค์เลือกตั้งอะไรบ้าง  รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆพากันเสนอว่าของตนจะช่วยทำอะไรกัน  กกต.ขอให้พม.ช่วยสื่อสารเครือข่ายคนพิการและอำนวยความสะดวกให้คนพิการมาใช้สิทธเลือกตั้ง  รมช.พม.เสนอให้ตั้งรางวัลจังหวัดที่มีเปอร์เซ็นต์เลือกตั้งสูงสุด  และอำเภอที่มีการตรวจจับคดีทุจริตเลือกตั้งสูงสุดเป็นรายภาค  แต่นายกฯ และ ครม.ไม่ซื้อ  บอกว่าต้องแล้วแต่ กกต.จะขอมา  2) การอภิปราย สนช.ในวันพุธ  นายกฯ ขอให้ที่ประชุมไปร่วมฟัง  โดยไม่ต้องชี้แจงอะไร  มอบ รมต.ธีรภัทธ์เป็นผู้ชี้แจงคนเดียว

–        ในการประชุม ครม. การเสนอวาระ พ.ร.บ.ครอบครัวเป็นไปอย่างตึงเครียด !  เมื่อ รมช.พม. เสนอ  มี รมว.วท., สธ., คุณหญิงทิพาวดี  อภิปรายสนับสนุน  แต่รองนายกฯโฆษิตค้าน  และสภาพัฒน์ฯ กับสำนักงานกฤษฎีกา  รุมต้านก็ค้าน  ในที่สุดรองฯ ไพบูลย์จึงลุกขึ้นมาตอบโต้อย่างเข้มข้นขึงขังต่อแนวคิดการออกกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับเทคนิค (สคก.) มากกว่านโยบาย (รมต.) ว่าไม่ถูกต้อง  แต่แล้วในที่สุดนายกฯ ตัดสินใจไม่ส่งกฎหมายครอบครัวให้ สนช. โดยมีจุดยืนไม่ค้านการออกกฎหมายของ สนช. (ถ้า สนช.ผลักดันต่อ)  รัฐบาลจะขอออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแทน

–        หลังผ่านวาระ พ.ร.บ.ครอบครัวไปได้ประมาณ 15-20 นาที  ขณะที่ครม.กำลังพิจารณาเรื่องอื่น  รองฯ ไพบูลย์ มีอาการไม่สบาย  เดินมาขออนุญาตท่านนายกฯ ไปพักผ่อน  แล้วท่านเดินอ้อมมาบอก รมช.พม. ให้รู้ว่าท่านจะไม่อยู่ในห้องประชุม  ผมถามว่า “พี่มีอาการอย่างไร”  อาจารย์ ไพบูลย์ตอบว่า  “รู้สึกแน่นๆ ที่หน้าอก”  ผมรู้ด้วยสัญชาติญาณแพทย์ทันทีเลยว่า  “Medical Emergency”  จึงลุกขึ้นประคองพี่ไพบูลย์ทำเอาที่ประชุมฮือขึ้นทันที  ถามว่าเกิดอะไรขึ้นท่านนายกฯ ให้ รมว.สธ. อาจารย์หมอมงคล  ไปช่วยดูแล  เรารีบเรียกแพทย์ฉุกเฉินมาจากชั้น 3 วัดชีพจรเบื้องต้น BP 90/60, Pulse regular   แต่หมอมงคลเพิ่งเคยมีประสบการณ์หลอดเลือดหัวใจตีบมาก่อนเมื่อไม่นานมานี้  จึงตัดสินใจประสานโรงพยาบาลรามาธิบดีและส่งไปตรวจหัวใจทันที

–        การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG พบว่ามีความผิดปกติ ST depression  หมายถึง  เป็นอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน Ishemic Heart Attack แพทย์ส่งเข้า ทำการตรวจสวนหลอดเลือดและฉีดสีดูอย่างละเอียดทันที  พบหลอดเลือดตัน 1 เส้น และตีบอีก 2 เส้น  จึงทำ Balloon ใส่ขดลวด (Stent) ไว้ 1 เส้นก่อนที่เหลือรอแข็งแรงแล้วทำต่ออีก 2 เส้น  รวมเวลาตั้งแต่มีอาการ  Heart Attack  จนถึงทำ Balloon รักษา ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดี  นับว่าเป็นผู้ป่วยรายพิเศษที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาเร็วและ effective มากสุดๆ เลย

–        การป่วยกระทันหันของรองนายกฯ ไพบูลย์  ซึ่งอีกตำแหน่งหนึ่งท่านเป็น รมว.พม. ทำให้ปัญหาที่ท่านแบกรับในฐานะรัฐมนตรีว่าการต้องตกมาอยู่ที่ รมช.พลเดชทั้งหมด  เพราะสังคมจะไม่คาดหวังจากท่านอีกแล้ว  ต่อไปนี้ทุกอย่างมาลงที่ รมช.พม.

–        บ่ายวันนั้นยังคงไม่ได้ทานข้าวกลางวันอีกด้วยเพราะยุ่งและกังวลอยู่กับอาการของพี่ไพบูลย์  การประชุมบางรายการต้องมอบคนอื่นเป็นประธานแทน  แต่ประชุมผู้บริหารระดับสูง พม.ยังคงมีต่อ  บรรยากาศที่กระทรวงซึมไปหน่อย  เพราะวันนี้วิกฤตที่สุด  มอบงาน ปลัดพม. และอธิบดีแล้วจึงเลิกประชุม  ได้ขอให้อธิบดี/รอง ปพม. ช่วยกันดูแลปัญหาผลกระทบกระทรวงจากสื่อโจมตีด้วย  และขอให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

10 ตุลาคม 2550

–        ข่าวไพบูลย์ถูกหามเข้าโรงพยาบาลทำ Balloon เส้นเลือดหัวใจ  พาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งอย่างพร้อมเพียง  ข่าว TV.-วิทยุ  ลงตั้งแต่เมื่อวานบ่ายแล้ว  การป่วยฉุกเฉินในครม.ของรองนายกฯครั้งนี้ทำให้สังคมตื่นตัวสนใจปัญหาสุขภาพและโรคหลอดเลือดหัวใจกันขึ้นมาก  ถือเป็นการ ให้การศึกษาสังคม (Civic Education) ครั้งใหญ่เช่นกัน  กระแสข่าวหลักๆ คือ

  ไพบูลย์ฟุบคาวงประชุม ครม.

  หัวใจขาดเลือดกระทันหัน  หมอทำ Balloon ช่วยชีวิตได้

  มีหมอ 3-4 คนในที่ประชุมครม. ช่วยชีวิตไพบูลย์ได้ 

  โชคดีที่มีอาการในขณะประชุม ครม.

  หมอมงคลช่วยไพบูลย์, หมอพลเดชทำให้รู้ว่าฉุกเฉิน

  รมว.เครียดจาก พ.ร.บ.ครอบครัว  และปัญหาบิ๊ก พม. ฉาว !

–        เวลา 08.00 น.  ผอ.สสว.ทั้ง12  เขตเข้าพบชี้แจงกรณีหนังสือพิมพ์พาดพิงหาว่าทุจริต รมช.พม.ให้กำลังใจ  และขอให้ช่วยสร้างสามัคคีและช่วยกันฟื้นฟูชื่อเสียงเกียรติภูมิของกระทรวง

–        เวลา 09.30 น.  ไปประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง  วันนี้หมอมงคลนั่งเป็นประธานแทนรองนายกฯ ไพบูลย์  มี 3 เรื่องพิจารณา  1) อาชีวศึกษา-โรงเรียนเตรียมวิศวะของสถาบันพระจอมเกล้า  2) สิทธิผู้ป่วยบัตรสุขภาพรักษาฟอกไต  3) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง จชต.

–        เวลา 13.00 น.  เป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ทำความดีแก่ผู้ยากลำบาก  และผู้ยากลำบากที่เป็นแบบอย่างดำรงชีพได้ จำนวน 32 ราย  ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ

–        หลังเป็นประธานมอบรางวัล  สื่อรุมสัมภาษณ์เรื่องปัญหาคุณธรรมใน พม.ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป  รมช.ระเบิดคำตอบใส่นักข่าวแฟนคลับเป็นครั้งแรกเมื่อถูกนักข่าวสาวคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้าถามด้วยคำพูดเชิง “เหยียดเย้ย “  เล่นเอาทุกคนตะลึง  และเกิดเสียงลือกันต่างๆ นานาตามมาว่า  “รมช.ปกป้องปลัด พม. !!” 

–        แต่กระแสข่าวในวันรุ่งขึ้นกับไม่ได้ลงในทางเสียหายกับตัวรัฐมนตรี :“พลเดชบอกสอบบิ๊กไม่สะดุด”, “สอบข้อเท็จจริงแล้วขอ 1 เดือน”, “แก้ปัญหาได้แน่ภายใน 3 เดือน”, “ไม่ย้ายบิ๊กข้าราชการเพราะยังไม่กระทบการสอบข้อเท็จจริง”

–        เวลา 14.30 น.  เป็นประธานประชุมเตรียมงาน Campaign สหประชาชาติ  “Standup  and  Speak Out”  รณรงค์แก้ความยากจนและเป้าหมายงานพัฒนากึ่งทศวรรษ MDG target  พร้อมกับประเทศทั่วโลก  จะจัดในวันที่  17 ตุลาคม  เวลา  10.00 น.

–        เวลา 19.00 น.  เข้าฟังสนช.เปิดการอภิปรายรัฐบาลเรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่สภา สนช. รมต.ไปกันเกือบทุกคน  นั่งหลับกันเป็นแถว  เพราะกว่าจะเลิกตีหนึ่งพอดี

ระหว่างนั่งฟังอภิปรายใน สนช. ผมใช้เวลาวิเคราะห์เหตุปัจจัยของปัญหาใบปลิวโจมตี พม.อันเป็นที่มาของวิกฤตจริยธรรมในกระทรวงครั้งนี้  จนมองได้ทะลุและบัดนี้สามารถกำหนดแนวทางแก้ปัญหาได้ครบถ้วนทุกขั้น/ทั้งวงจรแล้ว  จึงพร้อมจะเดินหน้าพูดคุยสื่อสารกับนักข่าวและสังคมแล้ว


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A >        ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, องค์ประกอบน่าเชื่อถือ, ขอเวลาทำงาน 1 เดือน

B >          ตั้งเพิ่มกรรมการกลั่นกรอง, ยืดเวลารับสมัคร C9-10 ที่เหลือทุกตำแหน่ง

C >         พูดผ่านสื่อบ่อยๆ ต่อเนื่อง..เป้าหมายคือการอธิบายเรื่องราวต่อสังคม และข้าราชการ พม.

D >         ตัดสินใจใช้มาตรการด้านปกครอง / กฎหมายเมื่อมีเงื่อนไขถึงพร้อม

 

11  ตุลาคม  2550

–        เวลา 08.30 น.  ให้โอวาททีมเรือเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น จำนวน 25 คน ที่เข้าพบและรับโอวาทก่อนเดินทางไปกับเรือ  พวกเขาจะกลับมาถึงประเทศไทยในอีก 2 เดือนข้างหน้า  รุ่นนี้มีลูกสาวของ อ.ขวัญสรวง  อติโพธิ ไปด้วย  บางคนเป็นอาจารย์หนุ่ม-สาว  บางคนเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท  ปริญญาเอกก็มี

–        เวลา 09.00 น. ขอประชุมกับคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งตำแหน่ง C9-10  ของ พม.  คณะกรรมการชุดนี้ รมต.เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งตามมติ อกพ.กระทรวง  ประชุมเพื่อมอบนโยบายการทำงานให้แก่คณะกรรมการ  โดยขอให้ช่วยดูแลการคัดเลือกครั้งนี้ให้ดีที่สุดเพราะกระทรวงกำลังอยู่ในภาวะแตกแยกรุนแรง  และขอให้ทำบางอย่างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

1)            ทบทวน/เพิ่มเติมเกณฑ์-เงื่อนไขในกระบวนการคัดเลือก  เพื่อให้เปิดกว้างและโปร่งใสยิ่งขึ้น

2)            ให้มีข้าราชการ C10 อีก 2 คนเพิ่มเข้าไปในคณะทำงานกลั่นกรองคุณสมบัติ  และวิสัยทัศน์  (สุภชัย, อุบล) เพื่อให้โปร่งใสและน่าเชื่อถือ

3)            เนื่องจากที่ตำแหน่งมี 21  แต่ขณะนี้มีผู้สมัครเพียง 35 คน  และบางตำแหน่งไม่มีคู่แข่ง  จึงขอให้เลื่อนรับใบสมัครไปอีก 1 สัปดาห์

ที่ทำเช่นนี้เพราะมีเรื่องร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใส  และรีบร้อนที่ประชุมคณะกรรมการ Happy มาก รอง ปพม. (ชาญยุทธ)  ดูท่าพอใจ  เรื่องนี้ รมช.พม.หวังว่าจะเป็นการส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมและเขียนใบปลิวโดยตรงว่า  “รมต.มาดูแลแล้วนะ !”  (หยุดทำร้ายกระทรวงเสียที !)

–        เวลา 10.00 น. ประชุมทีมงาน รมช. เพื่อกำหนดงานรูปธรรมในช่วงโค้งสุดท้าย (3 เดือน)   มอบหมายให้ทำ 3 อย่าง

1)            ทำโครงสร้าง พม.ใหม่ ให้ได้ข้อยุติ  ถึงขั้นสามารถลงมือได้

2)            จัดการงบประมาณหนุนเครือข่ายปฏิบัติการให้มีประสิทธิผล

3)            ทำเอกสารวิชาการ Document  รวบรวมองค์ความรู้รอบ 12 เดือนให้เป็นมรดกแก่พม.

–        วิเคราะห์ปัญหาบิ๊ก พม. ให้ทีมฟัง  เพื่อให้รู้ว่า รมช.พม.กำลังอยู่ในสถานะใด  แรงกดดันมาถึงเราที่นี่อย่างไร และเราจะแก้โจทย์ที่ยากและเร่งด่วนนี้ภายใน 3 เดือนให้ได้ด้วยวิธีไหน

–        ทพ.กฤษดา ทีมงานรองนายกฯไพบูลย์ ที่ทำเนียบฯ โทรมาด้วยความกังวล  เพราะนักข่าวทำเนียบลือกันว่า “หมอพลเดชปกป้องปลัด พม.”  ผมบอกคุณหมอกฤษดาว่าให้อยู่เฉยๆ อย่าวิตกไปเลย  ผมจะแก้ปัญหาได้แน่  แต่เขาคงไม่เชื่อ !!

–        ผมให้กองประชาสัมพันธ์ช่วยนัดนักข่าวสังคมไปพบที่บ้านราชวิถีก่อนเข้ารายการ Nation  Channel  แต่ปรากฎว่ามีเพียง TV.7 รายเดียว  นอกนั้นไม่สะดวก  รถติดบ้าง  ต้องรีบปิดข่าวบ้าง  TV.9 โทรมาขอเป็นวันอื่นเพราะไม่ว่าง  นี่แหละที่มีกระแสว่า : “นักข่าวงอนหมอพลเดช ?!”

–        เวลา 17.00 น.  ออกรายการ “โจทย์แผ่นดิน”  ประจำสัปดาห์เรื่องที่อยู่อาศัย  มีพวกแกนนำแฟลตดินแดงจัดตั้งกันมาเคลื่อนไหวด้วยโดยทีมงาน Nation ไม่รู้เท่าทัน  จึงมีการปะทะคารมระหว่างแกนนำต้านแฟลตดินแดงกับ รมช.พม.

–        ช่วงนี้คงเครียดไปหน่อยและเกรี้ยวกราดบ่อยครั้ง  น้องๆ หน้าห้องรัฐมนตรีบอกว่า “ช่วงนี้ไม่ได้ยินคุณหมอผิวปากเลย !!” 

 

12  ตุลาคม  2551

–        ไป จ.กระบี่เป็นประธานเปิดสมัชชาคุณธรรม-ตลาดนัดคุณธรรมภาคใต้ 14 จังหวัด  เขาจัดที่หอประชุม อบจ.กระบี่  ซึ่งใหญ่โตโอ่อ่ามาก

–        บ่ายไปพบปะเยี่ยมเยียน พมจ.กระบี่, มีเจ้าหน้าที่ศพส., สสว.11,12  และสถานสงเคราะห์, รวมทั้ง พอช. และภาคประชาชนมาร่วมด้วย

–        ผมถือโอกาสฟังพวกเขารายงานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา  เขามีกำลังใจกันมาก  งานภาคประชาชนเป็นที่น่าพอใจ

–        ถือโอกาสเล่าความคิดว่าช่วงต่อไปจะทำอย่างไร  และ 3 เดือนสุดท้ายจะทำอะไรบ้าง  รวมทั้งอธิบายสภาพปัญหาความขัดแย้งในกระทรวงให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ฟัง  ดูท่าทีสนุกสนานและเป็นที่พอใจกันมากทีเดียว  พัชรา (ผู้ติดตาม) บอกว่า “วันนี้คุณหมอพูดได้มันมาก!”

–        กลับถึง กทม. ต้องรีบดิ่งมาที่กระทรวงเพื่อพบกับกลุ่ม NGO ด้านสิทธิสตรี  5 คน ที่ขอเข้าพบเรื่อง “บิ๊กพม.ฉาว” มี ดร.สุชีรา  ทอมป์สัน เป็นหัวหน้า  บรรยากาศตึงเครียดเพราะถูกพวกเขารุก-กดดันอย่างหนัก  แต่ด้วยความจริงจัง-จริงใจ-อิสระแบบหมอพลเดช  จึงสามารถทำให้กลุ่ม NGO นักสิทธิสตรีสงบลงได้ด้วยความเข้าใจ  และชวนมาทำโครงการเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ  และสร้าง พม. เป็นกระทรวงตัวอย่าง  พวกเขาสบายใจกลับไปทุกคน  แต่กว่าจะคุมสถานการณ์ได้ต้องเล่นบท บู๊  เชือดเฉือน  ปะทะคารม  ทำเอาทีมงานรัฐมนตรีใจหายใจคว่ำ  พวกเขาได้เรียนรู้วิธีคิด  วิธีทำงานของหมอพลเดชกันไปมาก  พัชราบอกว่า  “คุณหมอพูดมันสุดๆ ทุกช็อตเลย” 

–        เช้าลูกชาย (ยอด) ไปฝึกงานต่างจังหวัด 1 สัปดาห์, เย็นลูกสาว (หญิง) เดินทางไปอเมริกา  1 เดือน, ที่บ้านเหลือลูกสาวคนเล็ก (พลอย) คนเดียว จึงเงียบไปหน่อย

–        เวลา 09.00 น.  ออกรายการวิทยุ 96.5 FM อ.ส.ม.ท. เรื่อง “ส่องกล้องมองนโยบายสังคม”  ร่วมกับ ดร.กนก  วงศ์กระหว่าน (ปชป.), ลดาวัลย์  วงศ์ศรีวงศ์ (อดีต ทรท.), วีระศักดิ์  โค้วสุรัตน์ (ชท.), ดร.สันติ  (แทนคุณสุวิทย์  คุณกิติหน.พรรคเพื่อไทย)  และ ดร.ธนากร (พรรครวมใจไทย)

–        รมช.นำเสนอก่อนว่า 1 ปีใน พม. มองเห็นอะไร  ทำอะไร  ห่วงอะไร

–        ตำแหน่งทุกพรรคการเมืองที่มาร่วมรายการทุกคนกล่าวชื่นชมงาน พม. ในช่วง 1 ปีมาก  และออกปากขอให้ผมช่วยทำโครงสร้างของกระทรวงให้พร้อมเพื่อพวกเขาจะได้เข้ามาใช้

–        จากงานนี้ได้ความคิดที่ตกผลึกมากยิ่งขึ้น  ทุกคนพอใจ  จึงน่าจะเป็นบันใดไปสู่การเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาพูดนโยบายสังคมในโอกาสเร็วๆ นี้

–        หลังออกรายการวิทยุไปเยี่ยม อ.ไพบูลย์ ที่รพ.รามาธิบดี และปรึกษา  2 เรื่องสำคัญ  เพื่อขอความเห็นและการตัดสินใจในเชิงเป้าหมายและยุทธศาสตร์  ก่อนที่ผมจะลงมือปฏิบัติด้วยยุทธวิธีของตัวเอง

1)คัดเลือกผุ้ว่าการเคหะแห่งชาติคนใหม่เห้นชอบร่วมกันว่าเป็น “คนใน” ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ

2)กรณีบิ๊ก พม.-บรรทัดสุดท้ายคือ การย้ายออกและปรับขบวน พม.

               เมื่อทั้ง  2 คนเห็นตรงกันแล้ว…ต่อไปนี้คือการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย!

พลเดช ปิ่นประทีป

Share Post :
Scroll to Top