แบ่งเบาทุกข์จากคลื่นยักษ์ ฟื้นฟูชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน

Share Post :

คลื่นยักษ์ที่ซัดกระหน่ำชายฝั่งทะเลภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 – 27 ธันวาคม 2547 ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับชุมชนชาวประมงพื้นบ้านซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและเกาะของจังหวัดระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล  จำนวน 492 ชุมชน…..

 

เรียบเรียงโดย สันสกฤต  มุนีโมไนย
กองบรรณาธิการ ทีมสื่อสารสาธารณะ

 

คลื่นยักษ์ที่ซัดกระหน่ำชายฝั่งทะเลภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 – 27 ธันวาคม 2547 ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับชุมชนชาวประมงพื้นบ้านซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและเกาะของจังหวัดระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล  จำนวน 492 ชุมชน

          การสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบว่า เรือและเครื่องมือการประมงของชาวประมงพื้นบ้านเสียหายกว่า 2000 ลำ และก่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งทรัพยากรชายฝั่งทะเล*

          วันนี้ (6 มกราคม 2548) ที่ห้องประชุม สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI) จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง สถานการณ์ในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ และแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่  


ประเด็นในการสัมมนามีหลายเรื่อง ได้แก่

·   เรื่องการช่วยเหลือชาวประมง เป็นประเด็นที่สื่อไม่ค่อยกล่าวถึง แต่มักจะไปกล่าวถึงความเสียหายทางธุรกิจมากกว่า

·   หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ (ส.ป.ร.ส)  สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI)

   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  ฯลฯ  ต้องทำหน้าที่ต่อกับภาครัฐ เช่นในเรื่องการช่วยเหลือชาวประมง

·   มองให้เห็นภาพรวม ต้องมองให้ชัดว่างานที่ขาดคืออะไร เช่นแผนในการฟื้นฟูระยะ      ยาว จะดำเนินการอย่างไร

·   ด้านการจัดการเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ฯลฯ ที่หลั่งไหลมาจากทั่วประเทศ ยังไม่มีการจัดการที่ดี เช่น ปลากระป๋องตามวัดต่างๆที่ภูเก็ตมีมาก ควรนำของที่มีอยู่มาแจกจ่ายให้ประชาชนก่อน  ไม่ควรเสียงบประมาณขนส่งอาหารแห้งทางเครื่องบิน*

 

จากนั้น นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาประชาสังคม กล่าวสรุปประเด็น

ต่างๆ ดังนี้

1.       เรื่องการ จัดตั้งองค์กรภาคประชาชน เราต้องยึดชุมชนกับพื้นที่

  –    การก่อตัวของคณะทำงานในทุกพื้นที่   องค์กรส่วนกลาง เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ (ส.ป.ร.ส)  สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI)  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  ฯลฯ    จะช่วยรองรับในด้านต่างๆ

 –     องค์กรส่วนกลางจะจัดตั้ง สร้างนโยบายและเครือข่ายชุมชน รวมถึงการเชื่อมกับรัฐบาล ผ่านทาง รองนายกฯ จาตุรนต์  ฉายแสง เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี

2.      จนถึงวันนี้ เรื่องข้อมูลต่างๆ ยังไม่ถูกต้องและครบถ้วน เช่น ข้อมูลเรื่องชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน  ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ที่บาดเจ็บ เสียชีวิต สูญหาย กำพร้า ข้อมูลเหล่านี้ต้องครบถ้วน

–  ข้อมูลทางธุรกิจ มีผลกระทบอย่างไร แนวโน้มต่อจากนี้จะเคลื่อนตัวไปอย่างไร   คณะทำงานของเราต้องลงไปในพื้นที่ สำรวจอย่างมีส่วนร่วม คือทำงานร่วมกับประชาชน อย่างรวดเร็ว ให้ข้อมูลครบถ้วน ถูกต้องที่สุด

3.      ทำระบบ JIS ให้เห็นผลกระทบและภาพทั้งหมด

4.      พัฒนาระบบการจัดการ ระยะฉุกเฉินและระยะยาว

–    ระยะฉุกเฉิน  ช่วยเหลือคนให้เร็วที่สุด ให้คนกำหนดอนาคตตนเองได้  การช่วยเหลือต้อง                    สอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชนและศักศรีดิ์ของความเป็นมนุษย์

–      ระยะยาว   ทำแผนแม่บทภาคประชาชน (Master Plan)

     เรื่องฟื้นฟูชุมชน ต้องสอดคล้องกับ วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น    

     ด้านสิ่งแวดล้อม  ใช้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม 

     ด้านธุรกิจ  กำหนกทิศทางการฟื้นฟูภาคธุรกิจ

          แผนแม่บทระยะเริ่มต้น ว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์เรื่องใหญ่ๆ  ต้องทำให้ทันระบบรัฐบาล และผลักดันไปสู่นโยบายของรัฐ

         การดำเนินการในเรี่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหาอย่างจริงใจและมีทิศทาง มีการจัดการที่ดีในทุกด้าน เพื่อบรรเทาและเยียวยาแผลในใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ให้หายโดยเร็วที่สุด




*  สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้าน ,กลุ่มเพื่อนอันดามัน ,สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ ,คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ,โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้:ดับบ้านดับเมือง เรียนรู้อยู่ดีที่ปักษ์ใต้ ,โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่  

 

*  นายบัญญัติ  จริยเลอพงษ์ คณะทำงานโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ จ.ภูเก็ต

Share Post :
Scroll to Top