วันที่  29 พฤศจิกายน  2562

วันที่  29 พฤศจิกายน  2562

ผม กฤษฎา บุญชัย ผู้จัดการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

วันนี้ผมได้ไปนำเสนอผลการถอดบทเรียนป่าชุมชนกรณีศึกษากับเครือข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ที่โฟกัสรีสอร์ท ฉะเชิงเทรา ซึ่งในวันนี้นับเป็นการประชุมประจำปีของเครือข่ายป่าชุมชนที่มีสมาชิกถึง 80 หมู่บ้าน

ผมอยากจะรู้ว่าชุมชนแต่ละที่เขามีความฝันหรือเป้าหมายที่อยากจะเห็นป่าชุมชนของตัวเองเป็นอย่างไร ทุกที่ยืนยันสอดคล้องกันครับว่า อยากเห็นป่าชุมชนเป็นของชุมชนชุมชนจัดการและได้ประโยชน์จากป่าชุมชนอย่างจริงๆ อยากเห็นป่าชุมชนมีความสมบูรณ์ไม่ถูกบุกรุกจากคนภายนอก ที่น่าสนใจคือทุกแห่งอยากให้ป่าชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็กเยาวชนของชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนภายนอก นอกจากนี้อยากเห็นป่าชุมชนเป็นพื้นที่ของการสร้างรายได้จากทรัพยากร เช่น สมุนไพร พืชผักอาหาร รวมกระทั่งรายได้จากการท่องเที่ยว

มีประเด็นที่น่าสนใจครับบางชุมชนบอกว่าพื้นที่ของเขายังไม่ใช่ป่าชุมชน เขามีป่าชายเลนที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ทรัพยากรชายฝั่ง แต่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตกฎหมายป่าชุมชนเขาจึงนึกว่ายังไม่ใช่ป่าชุมชน บางชุมชนบอกว่าพื้นที่ป่าของเขายังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรับรองตามกฎหมายป่าชุมชนก็เลยยังไม่คิดว่าเป็นป่าชุมชน ความคิดของชาวบ้านดังกล่าวบ่งบอกถึงกรอบกฎหมายกำลังเข้าไปแย่งชิงการนิยามป่าของชุมชน ทั้งๆ ที่หากชุมชนพึ่งพาทรัพยากรจากป่าและดูแลป่า นั่นคือป่าชุมชนตามวิถีประเพณีแล้ว และอันที่จริงก็ได้รับการรับรองจากรัฐธรรมนูญโดยไม่จำเป็นต้องมีกรอบกฎหมายมาปิดกั้นหรือไม่จำกัดว่าป่านั้นๆ เป็นของชุมชนหรือไม่ นี่เป็นการทำงานของกลไกเทคโนโลยีอำนาจรัฐโดยกฎหมายอย่างซับซ้อน ผมจึงต้องพยายามชวนให้ชาวบ้านคิดว่า เราต้องเอานิยามของป่าชุมชนกลับมาเป็นของตนเอง

ชุมชนมีความสัมพันธ์และพึ่งพาป่าที่แตกต่างกันครับ หลายชุมชนไม่ใช่ชุมชนดั้งเดิม แต่เป็นชุมชนพึ่งก่อตั้งขึ้นไม่นาน แต่ด้วยความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องพึ่งพาทรัพยากรร่วมกัน เพื่อความมั่นคงอาหาร เพื่อระบบนิเวศที่ดีและเพื่อความภาคภูมิใจร่วมกัน ชุมชนเกิดใหม่นี่แหละก็สร้างป่าชุมชนได้ดี ต่างจากความเข้าใจของคนภายนอกว่า ต้องเป็นชุมชนดั้งเดิมหรือเก่าแก่เท่านั้นที่จะสามารถดูแลป่าชุมชนได้

บางชุมชนเริ่มจากการจัดการป่าครอบครัวขึ้นมาก่อน แล้วค่อยยกระดับเป็นป่าชุมชน สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีป่าครอบครัวก็ยังพึ่งพาทรัพยากรป่าส่วนรวมได้ ขณะเดียวกันบ้านที่ดูแลป่าครอบครัวก็มีบทบาทแข็งขันในการเข้าไปดูแลป่าชุมชน

ยุทธวิธีสร้างความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ครับ พวกเขาเลือกคนที่มีที่ทำกินอยู่ติดป่า คนที่บุกเบิกพื้นที่ป่าให้เข้ามาเป็นกรรมการป่าชุมชน เพราะคนอยู่ติดพื้นที่จะเป็นหูเป็นตาได้ดีที่สุด และเป็นการเปลี่ยนคุณค่าจากคนที่ถูกมองว่าสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรส่วนรวมมาเป็นผู้ดูแลทรัพยากรส่วนรวม คุณค่าที่ชุมชนให้การยอมรับ เป็นพลังสำคัญให้สมาชิกหลายคนก้าวข้ามผลประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นผู้นำป่าชุมชน นี่แหละคือการจัดการแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บางชุมชนมีป่าชุมชนไว้เป็นพื้นที่สีเขียวเฉยๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโดยตรง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาไม่ผูกพัน ไม่ภาคภูมิใจ หรือไม่มีความรู้สึกจะปกป้องป่าชุมชน เพราะสิ่งที่เขาได้รับมันคือ คุณค่าความภาคภูมิใจที่พิสูจน์ได้ว่าชุมชนทำได้ เป็นการยืนยันต่อภาครัฐและคนข้างนอกที่มักจะดูถูกเหยียดหยามและกดดันชุมชนเสมอว่าชุมชนไม่สามารถปกป้องป่าได้ พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วครับ

ความฝันที่สำคัญที่สุดของพวกเขาคืออยากให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ป่าชุมชน อยากให้สังคมภายนอกได้มารู้จักและเข้าใจป่าชุมชน และอยากจะให้ป่าชุมชนมีส่วนสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับพวกเขา

ผมจึงบอกว่า พวกเขาคือพลเมืองที่ตื่นตัวเข้มแข็งมีบทบาทปกป้องฟื้นฟูธรรมชาติ ไม่เพียงเพื่อการดำรงอยู่ของชุมชน แต่ยังสร้างประโยชน์ส่วนรวม ป่าชุมชนของเขาเป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นแหล่งทรัพยากรชีวภาพ เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนทำให้ระบบนิเวศสมดุล นี่คือบริการทางนิเวศที่ผู้ได้ประโยชน์จากภายนอกไม่ว่าจะเป็นภาคเมือง เอกชน ควรจะต้องมีหน้าที่ตอบแทนกลับคืนสู่ชุมชนผู้ดูแลป่า

ผมเสนอว่ากฎหมายป่าชุมชนและนโยบายต่างๆของรัฐควรจะต้องมุ่งตอบสนองเจตนารมณ์ ความฝันของชุมชน ให้ชุมชนเป็นเจ้าของพึ่งพาใช้ประโยชน์จากป่า สร้างความภาคภูมิใจของชุมชนผู้ดูแลป่า และวางระบบให้ผู้ได้รับประโยชน์ภายนอกจากป่าชุมชนต้องมีบทบาทหน้าที่สนับสนุนชุมชนดูแลป่า ซึ่งหากชุมชนประสงค์จากเข้าสู่กระบวนการของกฎหมายป่าชุมชนก็ควรจะต้องติดตามประเมินผลว่าจริงๆแล้วกฎหมาย กฎระเบียบและกลไกของภาครัฐตามกฎหมาย ได้ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนตามเจตนารมณ์ของชุมชนหรือไม่ แต่ถ้าหากกฎหมายเหล่านี้เป็นอุปสรรค กลับกลายเป็นเทคโนโลยีอำนาจที่ ขยายอำนาจรัฐเข้ามากำกับชุมชนอย่างเข้มงวดจนไม่ใช่ป่าชุมชนแล้ว บทเรียนที่ชุมชนเผชิญจะต้องนำมาสู่การปรับปรุงแก้ไขหรือกระทั่งทบทวนกฎหมายป่าชุมชนใหม่ทั้งหมด

ผมปิดท้ายว่า เราจะต้องเริ่มแผนปฏิบัติการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในชุมชนจะทำป่าชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ก็จะต้องมีความชัดเจนว่า เป้าหมายของการเรียนรู้ป่าชุมชนของเราคืออะไร อะไรคือจุดเด่นของพื้นที่ป่าชุมชนของเราที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายที่จะเรียนรู้เป็นใคร เช่นเดียวกัน ถ้าชุมชนจะพัฒนาป่าชุมชนให้เป็นแหล่งสมุนไพรเพื่อสร้างรายได้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์กล้าไม้ และอื่นๆ ก็ต้องชัดเจนในเป้าหมาย จุดเด่น และกลุ่มเป้าหมาย โดยชุมชนควรทำแผน ทำระบบข้อมูล ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ป่าชุมชนให้ชัดเจน

ผมเองอาสาที่จะช่วยประสานคน หรือหน่วยงานที่มีความรู้ในการส่งเสริมการจัดการแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางนิเวศมาช่วยชุมชนวางแผนการจัดการ รวมทั้งประสานแหล่งทุนมาสนับสนุนด้วย

ทั้งหมดเพื่อนำไปสู่การออกแบบวางแผนการจัดการป่าชุมชนทั้งหมด โดยไม่ต้องไปติดกรอบกับกฎหมายป่าชุมชน

เรามาช่วยกัน ส่งเสริมให้ป่าชนเป็นของชุมชน เพื่อชุมชน โดยชุมชนอย่างแท้จริงกันครับ

 


 

I, the manager, manager of local community institute development.

Today, I went to present the results of the community forest lesson. A Case study with the community forest network, ROY PER 5 Eastern provinces at the focus of the resort resort, which today counts as the annual meeting of the community forest network with members to 80 Village

I would like to know that each community he has a dream or a goal that wants to see the forest of the community itself is everywhere. Confirm that you want to see the forest, community belongs to community community, manage and benefit from the community forest. Hve want to see the community forest. It’s completely not. Being invaded from interesting outsiders is everywhere. Want the community forest to be a source to the youth children of the community and be a source to learn to the outside. Also want to see the community forest as a place of earning income from resources such as herbs, vegetables, food, including income. From Travel

There is an interesting point. Some communities say that his area is not a community forest yet. He has a forest man lane that is a coastal resource resource, but not in the scope of the community forest law. He thought that it is not the forest yet. Some community said that his forest area is still. Did not enter the legal certification process, so the community still does not think that it is a community forest. The idea of such people indicates that the framework of the law is going into the definition of the forest of the community. Even if the community relies on forest resources and takes care of the forest, it is the community forest according to the In fact, it has been certified by the constitution without a law frame to block or limit whether the forest belongs to the community or not. This is the work of the cuddle-State District Technology mechanism by law complex. I have to try to invite the villagers to think that we need to take the definition. The Community Forest is back to its own.

The community has a relationship and rely on different forests. Many communities are not traditional communities, but it is a community. It has just been established not long, but it is necessary that they will rely on resources together to stability food for good ecosystem and to pride together. The community is reborn. This is also a forest. The community is good, different from the understanding of outsiders that it must be a traditional or old community only to be able to take care of the community forest.

Some communities start from forest management, family up first, then elevate into community forests. for any house without forest, family can still rely on public resources. Meanwhile, home care family has a strong role to take care of the community forest.

The strategy to build community cooperation is a learning thing. They choose people who have a place to eat in the forest. People who pioneer the forest area to become a community forest committee. Because people are stuck in the area, it will be the best eye and change the value from people. That is considered to impact public resources as a public resource admin. The value that the community accepts is important. Let many members step across personal interests as a community leader. This is the participation of stakeholders and not leaving anyone behind.

Some communities have a community forest. It’s a green area. It doesn’t take advantage of the resources directly, but that doesn’t make them not bound. Not proud or not. There is a feeling to protect the community forest because what he receives is the value of pride that proves that the community can do it as a confirmation. The Government and people outside are always insulting, abusing and pressuring the community that the community can’t protect the forest. They prove it.

The most important dream of them is to want the young generation to learn the forest. The community wants the outside society to get to know and understand the community forest and want to let the community forest be a part of creating a stable economy for them.

So I said that they are strong-awake citizens, there is a role to protect nature, not just for the existence of the community, but also to benefit the public. His community is a source of water as a source of biological resources as a source of carbon absorption to the balance ecosystem. This is A service that benefits from outside, whether it is a private city, should have a duty back to the forest admin community.

I offer that the forest laws, communities and policies of the cuddle states should be determined to respond to the purpose of the community’s dream. Let the community be dependent, take advantage of the forest, create the pride of the forest admin community and put the system to the external benefit from the community forest. Must have. A role to support the forest care community, which if the community wishes to enter the process of wild law, the community should have to follow the assessment that the law, regulations and mechanisms of the legal government have encouraged the community’s strength according to the community’s intention. But if these laws are obstacles, it turns out to be. The power technology that expands the cuddle-State Authority is strongly directing the community that it is not a community forest. The lesson that the community face must bring to the correction or to revise the whole new community forest law.

I’m ending that we have to start the operation of the community community strength. The community will make the community forest as a learning source. It must be clear what the goals of our community forest learning are. What is the highlight of our community forest area that will be the source to learn the audience to learn. Who is the same? If the community will develop the community forest as a source of herbs to make income as a breeding source, and more must be clear in the goal, highlight and audience by community should make a plan to make a data system, design the process, learn the community forest to be clear.

I am volunteering to help harmonize people or agencies with knowledge of promoting learning, learning sources and local attractions. Help community, plan management, and coordinate funding sources.

All to go to the design of all community forest management without going to frame with the community forest law.

We are helping to encourage the forest to be a community community for the community by the real community.