ทะนง องอาจ

ทะนง องอาจ
BLOG TPBS/LDI ประจำวันจันทร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

     ใกล้การประชุม AMS 2012 เข้ามาทุกที ทีมบริหารและผู้รับผิดชอบงานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในนามของ ส.ส.ท. คงเหน็ดเหนื่อยกันมาก โดยเฉพาะคุณอโณทัยที่เป็นหัวเรือใหญ่ มีการโหมโรงประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าจอไทยพีบีเอสกระชั้นถี่มากขึ้น แต่ก็ยังมีคนแอบตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวและการประชาสัมพันธ์ที่ผ่านสื่อภายนอกอื่นๆ ดูจะเงียบไปสักนิด รวมทั้งสาระหลักหรือประเด็นแกนกลางในการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้โชว์ออกมาให้ประชาชนได้ทราบและรู้สึกอยากติดตาม คงต้องฝากทีมงานช่วยรับไปพิจารณาด่วน
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ในขณะที่พวกเรากรรมการนโยบายกำลังนั่งประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการตามปกติ ทีมผู้บริหารซึ่งนำโดยรองฯ วสันต์ รองฯ วันชัย และคุณก่อเขต ต้องเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าเป็นเพราะเหตุใดไทยพีบีเอส จึงไม่ยอมถ่ายทอดสดการอภิปรายของส.ส.ในวันที่เขาอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่วิปร่วมสองฝ่ายมีหนังสือขอมา
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเดือนก่อนตอนที่นักการเมืองกำลังต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันในสภา ฝ่ายรัฐบาลมุ่งจะแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ ส่วนฝ่ายค้านก็ต่อต้านสุดฤทธิ์ มีการประชุมอภิปรายกันอย่างยืดเยื้อเป็นสัปดาห์ ทีวีช่อง ๑๑ ก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดตามคำสั่งของรัฐบาลมาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งจะหยุดถ่ายทอดเอาดื้อๆ เพราะเอกชนที่เป็นเจ้าของสัมปทานเวลาออกอากาศทนต่อไปไม่ได้เพราะจะต้องเอาไปใช้ทำมาหากินบ้าง เมื่อทำอะไรเขาไม่ได้นักการเมืองแกนนำจึงหันมาขอเอาด่วนๆ กับไทยพีบีเอสโดยทำหนังสือมาถึง ผอ.สสท.อย่างเป็นทางการ

     ผอ.เทพชัยกับรองฯ วันชัยได้แจ้งเรื่องนี้ให้ผมทราบทันทีพร้อมกับบอกจุดยืนว่าให้ไม่ได้และกำลังหาคำพูดอยู่ว่าจะทำหนังสือปฏิเสธอย่างไรจึงไม่เสียยุทธศาสตร์ จนในที่สุดไทยพีบีเอสก็ไม่ได้ทำตามที่ขอ จึงเป็นที่มาของการเรียกให้ไปชี้แจงคราวนี้ พอดีผอ.ไม่อยู่แต่ทราบว่าได้กำชับทีมงานไม่ให้ไปตกปากรับคำใดๆ ก่อนทีมไปชี้แจงรองฯ วสันต์ได้โทรรายงานผมและกรรมการหลายท่านให้รับทราบ พวกเราต่างให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้ตามควรแก่กรณีเพราะมั่นใจว่าทีมของเราผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแล้วและจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่าง
ในขณะที่ทีมกำลังชี้แจงอยู่ทางโน้น วงประชุมของเราทางนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาพูดคุยกันว่าเราควรจะใช้โอกาส แบบนี้ในการสื่อสารเพื่อการศึกษาแก่สังคมหรือแม้แต่นักการเมืองอย่างไรหรือไม่ เสียงส่วนหนึ่งบอกว่าควร แต่อีกส่วนติงว่าเปล่าประโยชน์ เพราะงานนี้เขาตั้งใจเรียกเราไปอัด ไปซักฟอกและใช้อำนาจข่มขู่ให้ต้องยอมตามเท่านั้น พวกข้าราชการทุกกระทรวงเขารู้กันดีว่าเมื่อโดนเรียกไปแบบนี้จะเจอกับอะไร ทุกวันนี้นักการเมืองบางคนยังคิดว่าไทยพีบีเอสเป็นหน่วยงานที่ขอเงินงบประมาณจากรัฐบาลอยู่เลยก็มี ซึ่งน่าสงสารมากที่ไม่ศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงอะไรเสียเลย พยายามอธิบายก็คงไม่เข้าหู
ระหว่างที่วงประชุมกรรมการนโยบายกำลังทานข้าวกลางวัน รองฯวสันต์โทรจากรัฐสภามารายงานเป็นเบื้องต้นว่า การชี้แจงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามคาด คือตอนแรกกรรมาธิการต่างต่อว่าต่อขานเป็นการใหญ่ในประเด็นไม่ให้ความร่วมมือ ทีมของเราได้ใช้ท่าทีรับฟังด้วยความสงบนิ่งและชี้แจ้งในตอนท้ายว่า เรามีผังรายการที่กำหนดชัดล่วงหน้า การถ่ายทอดสดแบบนั้นไม่สามารถทำได้ แต่เรามีแผนที่จะใช้รูปแบบการเกาะติดและนำเสนอความเคลื่อนไหวในสภาที่ไฮไลท์แล้วตามสไตล์ของเราแทนถ่ายทอดสดเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งยังจะจับประเด็นกระทู้ของ สส.สว.ที่จะมีในทุกสัปดาห์อีกด้วย ประเมินว่าเป็นที่พอใจกันในระดับหนึ่งและบรรยากาศต่างๆ ก็คลายตัวลงไปมาก
ในมุมมองของผม นี่เป็นตัวอย่างรูปธรรมการปฏิบัติหน้าที่ที่สะท้อนคุณสมบัติอย่างหนึ่งของสื่อสาธารณะคือ ความทะนง องอาจ
ในรอบสี่ปีที่ผ่านมา พวกเราไทยพีบีเอสได้แสดงความทะนง องอาจให้ผู้คนได้ประจักษ์ในสถานการณ์และวาระต่างๆ มาโดยลำดับ ลองทบทวนดูเถอะจะรู้ว่ามีเรื่องใดบ้างที่สามารถเป็นกรณีศึกษาได้ สิ่งเหล่านี้เมื่อหมู่คณะของเราถือปฏิบัติกันจนเป็นปกติวิสัยในทุกที่ทุกสถานการณ์ก็จะกลายเป็นบุคลิกภาพและวัฒนธรรมขององค์กร
อย่างไรก็ตาม ความทะนง องอาจของสื่อสาธารณะอย่างเรา ควรต้องตั้งอยู่บนฐานของความดี ความงาม ความถูกต้อง-เที่ยงธรรม ตลอดจนความเป็นสุภาพชน จึงจะเป็นที่นิยมยกย่องจากสังคม หาไม่แล้วก็จะกลายเป็นความเย่อหยิ่งจองหองที่ไม่มีใครคบหา
ความสมดุล ความพอดีพอเพียงจึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลครับ

พลเดช ปิ่นประทีป