แม่ฤทธิ์ แห่งดงขุมคำ หญิงแกร่งของแผ่นดิน

แม่ฤทธิ์ บุญประกอบ ตำนานผู้นำป่าชุมชนในยุคต้นๆของอีสานและเป็นคนแรกที่คัดค้านการทำสวนป่ายูคาลิปตัส ของกรมป่าไม้และเป็นผู้นำสตรีและเป็นสมาชิกยุคแรกๆของ สสส. (สิทธิ) ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2561

ปี 2528 รัฐบาลขณะนั้นได้กำหนดให้มีนโยบายป่าไม้แห่งชาติ บอกว่าประเทศไทยต้องมีพื้นที่ป่าร้อยละ ๔๐ เป็นป่าอนุรักษ์ร้อยละ 25 ป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 ป่าเศรษฐกิจ คือ การส่งเสริมการปลูกสร้างสวนป่า ชี้นิ้วมาที่อิสานว่า เป็นดินแดนอันแห้งแล้ง ให้ส่งเสริมปลูกสวนป่ายูคาลิปตัส พันธุ์คามาลดูเลนซิล และอุตสาหกรรมกระดาษ นัยว่าจะได้เจริญ

ชี้นิ้วไปที่ที่ดินทำกินของชาวไร่ชาวนา และป่าชุมชนซึ่งชุมชนตั้งถิ่นฐานมานานแต่เข้าไม่ถึงการออกเอสารสิทธิที่ดินของรัฐว่า เป็นผู้บุกรุกป่าต้องยึดที่ดินและผืนป่าของพวกเขามาปลูกสวนป่า โดยที่ดินบางส่วนให้เอกชนเช่า บางส่วนให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ใช้สร้างสวนป่า บางส่วนกรมป่าไม้จัดทำเป็นหมู่บ้านป่าไม้ เหตุเกิดขึ้นมากในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ อุบลราชธานี กาฬสินธ์

ความทุกข์จากความขาดแคลนที่มีอยู่เดิมเพราะความไม่เป็นธรรมของการพัฒนา ถูกทำให้ทุกข์มากขึ้นจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ ชุมชนจึงได้รวมกลุ่ม รวมข่ายบอกกล่าวความทุกข์ของพวกเขา ด้วยกิจกรรมการเคลื่อนไหวในหลายลักษณะ พร้อมกับที่ได้มีการศึกษาค้นคว้าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนโดยองค์กรพัฒนาเอกชน  และมีการวิจัยของนักวิชาการฝ่ายก้าวหน้า จนพัฒนายกระดับความรู้เรื่อง      ป่าชุมชนขึ้นในขอบเขตทั่วประเทศ สร้างความหมายใหม่จากคำกล่าวหาว่าชาวบ้านบุกรุกป่า เป็นผู้บุกเบิกสร้างบ้านสร้างเมืองนี้มาจนเป็นไทย

แม่ฤทธิ์ แห่งดงขุมคำ อยู่ในกระแสความทุกข์ การแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชนด้วยนโยบายรัฐที่ผิดพลาดนี้ แม่เป็นกำลังสำคัญของการเคลื่อนไหวปกป้องแผ่นดิน และบอกกล่าวชี้ทางสว่างให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย แม่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชน การมีอยู่ของป่าชุมชน ป่าหัวไร่ปลายนา และคุณค่าของป่าธรรมชาติที่ต้องดูแลรักษาเพราะ เป็นแหล่งอาหาร ยาสมุนไพร ความสมดุลของระบบนิเวศน์  การให้ปุ๋ยแก่นา ที่เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะคุณค่าของป่าเต็งรังหรือป่าโคกในละแวกถิ่นฐานของแม่

การบอกกล่าวให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองรับทราบและเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา แรงกาย และองค์ความรู้ ต้องตากแดดตากฝน นอนข้างถนน ดมฝุ่นควันในกรุงเทพ  แต่แม่ฤทธิ์ยืนหยัดต่อสู้เสมอ ผมพบเจอแม่ฤทธิ์ในกิจกรรมเพื่อความเป็นธรรมเหล่านี้เป็นปกติ

จนความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น นโยบายที่ก่อความทุกข์ให้กับชุมชนถูกชะลอไว้เมื่อปี 2532 และยกเลิกไปเมื่อประมาณปี 2536

ถ้าแม่ฤทธิ์ไม่ยืนหยัดในวันนั้น อิสานในวันนี้อาจเต็มไปด้วยสวนยูคาลิปตัสแปลงใหญ่โดยเอกชนกับรัฐวิสาหกิจ พร้อมกับโรงงานกระดาษที่วางแผนกันไว้ขณะนั้นประมาณ  7 โรง ผู้คนที่ถูกแย่งยึดที่ดิน  ทำกิน  ชุมชนที่ล่มสลายไปพร้อมกับระบบนิเวศน์ของป่าและแหล่งน้ำที่ถูกทำลาย

วันนี้คนอิสานได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายของรัฐที่บอกว่า อิสานแล้งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง อิสานเป็นดินแดนแห่งข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้  เกษตรอินทรีย์ของสุรินทร์ ยโสธร อำนาจเจริญ และอีกหลายพื้นที่ ความหมายใหม่นี้เกิดขึ้นได้ เพราะการขับเคลื่อนของภาคประชาชน ซึ่งในนั้นมีน้ำพักน้ำแรงของแม่ฤทธิ์  คนเล็กๆที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อแผ่นดินของเธอ

วันนี้แม่ละสังขาร จากไปอย่างสงบ ทิ้งคุณความดีไว้แก่แผ่นดิน และส่งต่ออิสานที่อุดมสมบูรณ์ไว้แก่ลูกหลาน

ขอคารวะแก่จิตวิญญาณอันหาญกล้า ของแม่ฤทธิ์ บุญประกอบ หญิงแกร่งของแผ่นดิน

 

ภาคภูมิ  วิธานติรวัฒน์

1 กันยายน 2561

 

ปล.

ที่ตั้งป่า

ป่าดงขุมคํา มีพื้นที่ทั้งหมด 120,831.25 ไร่ ประกาศเป็น ป่าสงวนแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่ 4 อําเภอ คือ อําเภอเขมราฐ อําเภอโพธิ์ไทร อําเภอกุดข้าวปุ่น และอําเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี มีสภาพเป็นพื้นที่สูงต่ําสลับกันไป ชุมชนตั้ง ถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ทั้งในเขตป่าไปจนถึงชายขอบป่าเป็น หย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นราบลุ่ม ถัดจากเขตหมู่บ้านเป็น ทุ่งนาและป่าสลับกับลานหินทรายไล่ขึ้นไปทางด้านทิศตะวันตก ของป่าเป็นที่สูง มีภูเขาหินหลายลูกซึ่งเป็นต้นกําเนิดของสายน้ํา หลายสายที่ไหลหล่อเลี้ยงป่าและชุมชนในดงขุมคําแห่งนี้อันได้แก่ ลําห้วยที่ ลําห้วยขุมคํา เป็นต้น หากลัดเลาะจากหมู่บ้านหนึ่งไป ยังอีกหมู่บ้านหนึ่งจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก จากทิศเหนือ ลงไปทิศใต้ จะพบความสลับซับซ้อนของพื้นที่ป่าเต็งรังกําลัง ฟื้นตัว ต้นกุง (พลวง) ไม้จิก (เต็ง) ไม้ฮัง (รัง) ซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่น ในอดีตยืนต้นเรียงรายแน่นขนัดแทรกด้วยป่าเบญจพรรณ ซึ่งมี ไม้หลักอย่างไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้บาก ไม้ยาง ไม้เต็ง ไม้ชาด เป็นไม้รุ่นหนุ่มสาว และลูกไม้ สมุนไพรหลากหลายชนิดขึ้นแซม ปะปนกับเหล่าไม้นั้นผ่านร่องน้ําลําห้วยสายน้ําน้อยใหญ่บ้าง มีน้ําตลอดปีบ้างแห้งขอดในยามแล้ง

สถานที่ติดต่อ

80 หมู่ 3 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ต.คอนสาย อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี โทร 01-979943