(ตอนที่ 5) วันชาติ วันประชาชน

พลเดช ปิ่นประทีป
วันพุธที่ 9 พ.ค. 2018

วันนี้เป็นวันชาติของรัสเซีย ที่มอสโกและเมืองใหญ่น้อยทั่วประเทศจะมีการเฉลิมฉลอง มีกิจกรรมเสริมสร้างความรักและภาคภูมิใจในชาติของตนอย่างคึกคัก

ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโกมีพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ มีการแสดงแสนยานุภาพอวดชาวโลกด้วยกำลังทหารและขบวนขีปนาวุธ ที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กและเมืองอื่นๆ มีการจัดพิธีชุมนุมเดินขบวนของภาคประชาชนอย่างเอิกเกริก

สื่อมวลชนและทีวีทุกช่อง มีการรายงานความเคลื่อนไหวของภาครัฐและภาคประชาชนกันอย่างละเอียดยิบ รวมทั้งการกล่าวปฏิญานของผู้นำกองทัพและการปราศัยของประธานาธิบดีปูติน

วันชาติของรัสเซียในปัจจุบันเขายึดถือเอาวันที่รบชนะกองทัพนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นทั้งวันแห่งชัยชนะสงครามและวันชาติไปในตัว

ต้องเห็นใจรัสเซียเขา เพราะสงครามโลกครั้งที่สองได้คร่าชีวิตคนรัสเซียไปมากที่สุด รวม 50 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นชีวิตทหาร 20 ล้านคนและพลเรือนอีก 30 ล้านคน

ดังนั้น ในการเฉลิมฉลองวันชาติ จึงเป็นวันที่เขารำลึกถึงวีรชนและบรรพบุรุษชายหญิงที่เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลาน ยิ่งมีจำนวนคนสูญเสียไปมากมายขนาดนั้น ทำให้คนรัสเซียเกือบจะทุกครอบครัว ต่างมีความรู้สึกร่วมและเกี่ยวข้องผูกพันกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง รัฐบาลรัสเซียย่อมรู้จักนิสัยใจคอคนรัสเซียเป็นอย่างดีว่าชอบจดจำอดีต จึงใช้โอกาสเช่นนี้เพื่อการปลุกเลือดรักชาติกันได้ทุกปี

คณะของเราหนีจากงานรัฐพิธีในจัตุรัสแดง กรุงมอสโก ขึ้นเครื่องไปเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเก็บตุนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในแถบนั้นให้มากเอาไว้ ก่อนที่จะย้อนกลับมามอสโกอีกครั้งก่อนบินกลับกรุงเทพฯในวันจันทร์

น้องเบลล่า นักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ที่นั่นมารอรับและดูแลการท่องเที่ยวเดินทางของพวกเราตั้งแต่ลงเครื่อง ก่อนเข้าที่พักในเมือง เบลล่าพาเราไปชมพระราชวังพาลอฟ ของเจ้าชายเปาเวล เป็นวังที่เสด็จแม่ พระนางแคเธอรีนมหาราช ทรงสร้างให้เป็นที่พำนักในช่วงก่อนที่พระองค์จะเป็นพระเจ้าซาร์ในเวลาต่อมา วังนี้ไม่ถึงกับใหญ่มาก แต่มีบริเวณสวนที่กว้างขวาง ร่มรื่น สวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองที่ผู้คนนิยมมากขึ้น

ไกด์ท้องถิ่นได้พาไปเยี่ยมชมห้องต่างๆในวังพาล็อฟ แกพยายามอธิบายอย่างละเอียดตั้งใจ กลุ่มอาคารในวังแห่งนี้ สร้างเป็นแบบ 3 ชั้น เรียงแถวเป็นครึ่งวงกลม โค้งโอบรับลานด้านหน้าที่มีรูปปั้นของผู้เป็นเจ้าของวังตั้งอยู่กลางลาน ส่วนด้านหลังเป็นบริเวณสวนขนาดใหญ่ ลาดลงไปตามเนิน สู่ลำธารน้ำใสไหลเย็นอยู่เบื้องล่าง

ในอาคาร มีทั้งห้องรับแขก ห้องพักผ่อน ห้องแต่งตัว ห้องสมุด ห้องเสวย ห้องเต้นรำ แต่ละห้องประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงจากฝรั่งเศสและอิตาลี รวมทั้งภาพวาดสีน้ำมันโดยศิลปินชื่อก้องของโลก ในแบบฉบับของรสนิยมชั้นสูงในเวลานั้น

ออกจากวังพาลอฟ แวะทานข้าวกลางวันที่ภัตราคารแต่งสไตล์ชนบท ชื่อร้าน….อาคารทำด้วยไม้ซูงเป็นท่อนๆ คุณลูกๆเขาsearch ดูข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ทราบว่าประธานาธิบดีปูตินเคยแวะมาทานที่นี่เช่นกัน อาหารเด่นคือเสต็ก เข้าไปไม่ผิดหวังเลย เสต็กจานใหญ่กินกันไม่หวาดไม่ไหว ราคาก็ไม่แพง

จากนั้นรีบกลับเข้าเมือง เพื่อให้ทันงานชุมนุมเดินขบวนฉลองวันชาติของชาวเซ็นต์ปีเตอร์ส ซึ่งได้เห็นสมใจอยาก เข้าที่พักแล้ว น้องเบลล่าพาออกไปเดินถนน การเดินขบวนเพิ่งเลิกไปหยกๆ ผู้คนเดินแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ผู้คนยังคงเต็มถนนไปหมด โดยเฉพาะถนนสายหลักที่ชื่อ Nevsky prospect

มีทั้งคนเฒ่าคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง มือหนึ่งชูธงชาติ ธงแดงสัญลักษณ์ฆ้อนเคียว บางคนถือรูปคุณปู่คุณย่าผู้เป็นวีรชนหรือผู้สูญเสียจากสงคราม ศิลปินประชาชนเปิดวงแสดงดนตรีแบบสดๆ

นับเป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับการขับเคลื่อนสังคม สร้างเสริมจิตสำนึกวิธีคิดแบบใหม่ๆ.

ภาพปกจาก https://board.postjung.com/886481.html