(ตอนที่ 3) ขึ้นเขา ล่องเรือ ชมเมือง

พลเดช ปิ่นประทีป
วันจันทร์ที่ 7 พ.ค. 2018

วังเครมลินตั้งอยู่บนชัยภูมิที่เหมาะเจาะ เป็นเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสโคว่า เรียกว่า Kremlin Hill วันนี้น้องเอกพาพวกเราขึ้นรถใต้ดินลงไปทางใต้จนเกือบสุดสาย ไปเที่ยว Sparrow Hill ซึ่งก็เป็น อีกเนินเขาหนึ่ง ที่อยู่คนละคุ้งแม่น้ำ ห่างลงมาทางใต้ของมอสโก เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโกที่ใหญ่โตมโหฬาร

รถไฟใต้ดินมาโผล่ขึ้นเพื่อข้ามสะพานไปอีกฝั่ง มาจอดที่สถานี…ซึ่งตั้งอยู่บนสะพานกลางแม่น้ำ เขาตกแต่งสถานีด้วยวัสดุฝาผนังที่เป็นกระจกโปร่งใส สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ มองกลับไปด้านซ้ายมือจะเห็นสนามกีฬา….ที่เคยใช้แข่งโอลิมปิค และกำลังจะใช้แข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่จะมาถึงในเดือนหน้านี้ด้วย.

ด้านบนของสะพานนี้เป็นถนนสำหรับรถยนต์วิ่งไปมาระหว่างชุมชนเมืองสองฟากฝั่ง เราเดินไปตามทางขึ้นเนินที่เต็มไปด้วยต้นไม้ครื้มเขียวขจี เหมือนทางในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทั้งนักศึกษา อาจารย์ ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างก็ใช้ทางนี้สัญจรไปมาระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับเนินสแปรโรว์ ระหว่างทางมีร้านคิออสเล็กๆคอยดักขายน้ำดื่มและไอศกรีม เป็นระยะๆ

บนเนินมีจุดชมวิวที่สามารถมองภาพกรุงมอสโกได้แบบพานอรามา ใครมามอสโกก็ต้องมาที่จุดนี้ หันกลับไปด้านหลัง เห็นตึกมหาวิทยาลัยตั้งตระหง่านอยู่ลิบๆอีกฟากหนึ่งของถนน ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดอกทิวลิปหลากสีสดใส ปลูกเป็นแปลงๆสลับกันไป มีน้ำพุขนาดใหญ่คั่นเป็นช่วง ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยเฉพาะผู้หญิงกับดอกไม้ สวนสาธารณะด้านหน้าและรอบๆมหาวิทยาลัยร่มรื่นมาก ต้นไม้ใหญ่เยอะไปหมด อยากจะนั่งลงพักคนเดียวเงียบๆเพื่อเติมพลัง แบบนี้ทั้งวันก็อยู่ได้

อาคารมหาวิทยาลัยมีรูปทรงเป็นแบบฉบับเฉพาะทางศิลปะและสถาปัตยกรรม สตาลินเป็นผู้ให้นโยบายสร้างสรรค์ขึ้น โดยให้ออกแบบเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างRussian Baroque กับ Gothic ที่มอสโกจะมีอาคารแบบนี้อยู่ทั้งสิ้น 7 แห่ง ที่สร้างระหว่างปี 1947-1953 จึงเรียก “7 sisters buildings”  (เทพธิดา7พี่น้อง) ตอนหลังมีสร้างขึ้น อีก 2 แห่ง รวมเป็น 9

ลักษณะเป็นกลุ่มอาคารแท่งสี่เหลี่ยมทรงสูงชะลูด มียอดแหลมแทงเสียดฟ้า อาคารหลักตรงกลางจะสูงที่สุด บนยอดจะประดับด้วยดาวแดงบนปลายมีดดาบ มีพวงมาลัยรองรับเป็นวงรอบอยู่ด้านล่าง อาคารอีกสี่ด้านจะลดหลั่นลงมา ได้ symmetry ดูน่าเกรงขาม ยิ่งใหญ่ บึกบึน ประโยชน์ใช้สอยมาก ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่

1 — Moscow State University
2 — Hotel Ukraina
3 — Kudrinskaya Square Building
4 — Ministry of Foreign Affairs
5 — Palace of the Soviets (never built)
6 — Zaryadye Administrative Building (never built)
7 — Leningradskaya Hotel
8 — Red Gates Administrative Building
9 — Kotelnicheskaya Embankment Building

น้องเอกบอกว่า ช่วงนี้เป็นฤดูร้อนของที่นี่ อากาศกำลังดี มองไปทางไหนมีแต่ต้นไม้เขียวขจี ผิดกับฤดูหนาวที่ยาวนาน ที่นี่หิมะตกหนักมาก แลไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมด แม่น้ำมอสโควากลายเป็นน้ำแข็ง บางครั้งอากาศอุณหภูมิติดลบถึง 30 องศาเซลเซียส หิมะบนถนนหนามากถึงระดับหน้าอก ถ่มน้ำลายเป็นน้ำแข็ง หายใจลำบากมาก เจ็บเย็นลึกๆลงไปโพรงจมูก

นั่งรถไฟใต้ดินกลับเข้าเมือง มาหยุดที่มหาวิหารอีกแห่งหนึ่ง Cathedral of St.Zavier ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเช่นกัน เป็นโบสถ์สร้างใหม่ ยุคสตาลินถูกทำลายลง ช่วงหนึ่งกลายเป็นสระน้ำเพราะคอมมิวนิสต์ต่อต้านศาสนา ตอนหลังหลายแห่งกลับฟื้นฟูและสร้างขึ้นใหม่

ระหว่างเดินชมรอบนอกอาคารมหาวิหาร มีเสียงปืนใหญ่ยิงสลุตดังมาจากทางจัตุรัสแดง เป็นชุดๆต่อเนื่องนานกว่าสิบนาที นักท่องเที่ยวต่างหันจ้องดูไปทางที่มาของเสียง เห็นควันปืนใหญ่ฟุ้งลอยออกมาจากจุดนั้นชัดเจน

เดินจนเมื่อยแล้วก็พักรับประทานสะเต็กที่ภัตรคารฝั่งตรงข้าม เป็นอาหารกลางวัน พบกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเกือบสิบคนไปกินที่เดียวกัน คณะของเราเที่ยวกันแบบสบายๆ ไม่รีบร้อนอะไร เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยไปต่อ โปรแกรมปรับได้ตลอดเวลา แม่กับพ่ออยากพัก ลูกๆก็แยกย้ายกันไปเที่ยวเองตามประสาหนุ่มสาว

ตอนบ่ายไปนั่งเรือล่องแม่น้ำมอสโควา ชมเมืองมอสโก ใช้เวลา 2.30 ชั่วโมง มาขึ้นเรือบริการท่องเที่ยวของโรงแรมแรดิสสัน ที่สวนสาธารณะแม็กซิมกอร์กี้ เขาดูแลแม่น้ำได้สะอาดดี น้ำไม่ถึงกับใสสะอาดแบบเยอรมันหรือสวิสต์เซอร์แลนด์ แต่ไม่มีขยะ

บริเวณสองฝั่งแม่น้ำ(รวมทั้งห้วยหนองคลองบึงของเขา)เป็นที่สาธารณะที่ถูกออกแบบ พัฒนาและจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม สาธารณชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ ไม่ปล่อยปละละเลยให้ชาวบ้านและเอกชนเข้าไปยึดครองเป็นสมบัติส่วนตัวหรือทำมาค้าขายแบบอิสระเสรีแบบบ้านเรา

ของเราเวลาล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมกรุงเทพฯ หรือล่องน้ำป่าสักเพื่อดูเมืองอยุธยา ต้องเลือกโปรแกรมกลางคืน หรือยามโพล้เพล้ ใช้แสงไฟยามค่ำคืนมาเป็นจุดขาย กลางวันคงไม่น่าดูเอาเสียเลย มันระเกะระกะ รกรุงรัง ไร้ระเบียบและสกปรกไปหมด

ลำน้ำมอสโควาทอดยาวคดไปเคี้ยวมา ผ่านชุมชนย่านต่างๆของกรุงมอสโก ที่จริงแม่น้ำมันอยู่ของมันอย่างนั้น เมืองเกิดขึ้นภายหลังและผู้คนเข้ามาตั้งรกรากขยายตัวไปตามแหล่งน้ำตามวิถีชีวิตวัฒนธรรม

ตลอดช่วง สองชั่วโมงครึ่งที่เรือแล่นไปช้าๆให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพ และความงดงามของเมือง สามารถมองเห็นกลุ่มอาคารเทพธิดาได้ถึง 5 แห่ง นอกจากนั้น ยังสามารถชมสถานที่สำคัญอีกมาย อาทิ สวนสาธารณะ “กอร์กี้พาร์ค” สะพานแก้ว Novoandreepsky Bridge เนิน Sparrow Hill มหาวิทยาลัยมอสโก Lomonosov Moscow State University สนามกีฬาโอลิมปิค Luzhniki Olympic Complex สถานีรถไฟปลายทาง Kiyevsky Terminal Railway Station ทำเนียบรัฐบาล House of Government of the Russian Federation อาคารเทพธิดาของโรงแรม Ukraine Hotel มหาวิหารCathedral of Christ Saviour พระราชวังเครมลิน อาคารเทพธิดา Kotelnicheskaya Embankment Building และโรงแสดงดนตรี Moscow International House of Music

กลับขึ้นจากเรือแล้ว มาเดินเล่นที่กอร์กี้พาร์คอีกพักใหญ่ ทะลุมาจนถึงประตูทางเข้า ก่อนที่น้องเอกจะเรียกแท็กซี่ผ่านแอ็พลิเกชั่น ”get it” หรือ “yandex “ ซึ่งเมื่อบอกจุดที่จะไปและจุดที่อยู่ที่แน่นอนด้วยระบบ GPS บริการจะระบุค่าบริการ และสามารถจ่ายเงินแบบอีเพย์เม้นท์เสร็จสรรพเป็นที่เรียบร้อย ไม่ต้องมีเจรจาต่อรอง ไม่ต้องถือเงินสด ไม่ต้องรอทอนตังค์ ทั้งยังบอกระยะเวลารอคอยว่าอีกกี่นาที บอกสีรถและยี่ห้อรถ อีกทั้งยังดูได้ตลอดเวลาเลยว่าแท็กซี่คันของเรากำลังเคลื่อนที่มาถึงจุดใดแล้ว

นี่คือยุค 4.0 ขนานแท้.

รูปปกจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Borovsk_view_from_Kremlin_hill_32j.JPG