ตอนที่ 61 จัดทัพ…..ปรับขบวน

27  ตุลาคม  2550

                สัปดาห์นี้  พม. กลับมาแสดงทบาทโดดเด่นทางสังคมและสื่อมวลชน อีกครั้งเมื่อเริ่มวันจันทร์ด้วยข่าว  ย้ายบิ๊ก พม. 

ความอึมครึมตลอด 1 สัปดาห์ยุติลง  สื่อมวลชนเริ่มกระจ่างในจุดยืน และเทคนิคการบริหารแบบฉบับของหมอพลเดชผู้สื่อข่าวสายสังคมที่เคยตั้งข้อกังขาเริ่มกลับมาห้อมล้อมดังเดิม  บทบาท รมช.พม.ต่องานพัฒนาสังคมเริ่มกลับมาเป็นเชิงรุก  กิจกรรมยังคงเดินไปตามจังหวะชีพจรที่ถี่ยิบเช่นเคย  ปัญหาแฟลตดินแดงกลับมาท้าทายอีกครั้ง  แต่การชี้แจงของ รมช. ตอบกระทู้สดเกี่ยวกับแฟลตดินแดงของ สนช.วัลลภ  ตังคณานุรักษ์ ช่วงกลางสัปดาห์ทำให้สภา สนช.เกิดความกระจ่างอย่างที่ไม่เคยมีใครสื่อสารมาก่อน  แรงต้านของกลุ่มแกนนำ Mob แผ่วลง  การให้นโยบายและกำลังใจแก่หัวหน้าหน่วยงานภายใต้กรม พส.ทั่วประเทศ    ได้ก่อผลสะเทือนในการสร้างความเข้าใจ  ทัศนคติ  และขวัญกำลังใจต่อกำลังพลหลักของกระทรวง พม.อย่างสำคัญ  ปลายสัปดาห์มีเวที บ้านราชวิถีฟอรั่ม ประชาคมชาว พม.เข้าร่วมการกอบกู้เกียรติภูมิ พม. กันอย่างคึกคัก  ทำให้ข่าวภาคค่ำทาง TV.9  รายงานว่า พม.เดินหน้ากอบกู้ภาพลักษณ์ !” โดยมีภาพข่าวจากฟอรั่ม  ซึ่งมี รมช.พม. เป็นผู้นำการประชุม  ดูเหมือนว่าสถานการณ์พายุจริยธรรมที่ พม. จะเริ่มพลิกไปสู่บทใหม่  ระหว่างสัปดาห์การจัดทีมผู้บริหาร  ( 2 รอง ปพม. และ 3 อธิบดี)  บรรลุข้อตกลงในเบื้องต้น  อำนาจใน พม.มารวมศูนย์อยู่ที่ รมช.พม.โดยมี 2 รอง ปพม.เป็นทีมงาน

21  ตุลาคม  2550

        เวลา 10.00 น.  ไปเป็นประธานพิธีเปิดงานสมัชชาอาสาสมัคร ครั้งที่ 16, และวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ (ตรงกับวันพระราชสมภาพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เป็นวันพยาบาล  วันปลูกต้นไม้  และวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติด้วย  งานจัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว  ,มอบรางวัลนักอาสาสมัครดีเด่นประจำปี จำนวน 187 คน  และองค์กร   เท่าที่จำได้ก็มี สุรเดช  เดชคุ้มวงศ์ (พิจิตร), เตือนใจ   อินทะมูล (เชียงใหม่), พระครูพิทักษ์นันทคุณ (น่าน), นายกเทศมนตรีท่าข้าม (สินธพ) ฯลฯ 

        เดินดูนิทรรศการขององค์กร, กลุ่มต่างๆ จนล่วงถึง 14.00 น. จึงได้ทานข้าวกลางวัน 

        นักข่าวรู้ระแคะระคายเรื่องย้ายปลัด พม., จึงโทรมาถามหลายฉบับ, TV.นัดสัมภาษณ์สด

22  ตุลาคม  2550

        ประชุม ครม. วันนี้ยาวมากเพราะมีวาระพิจารณา 33 วาระต้องพักทานข้าวกลางวันใกล้บ่ายโมงแล้วกลับมาประชุมต่อ  เลิกเวลา 16.10 น. เวลานัดนักข่าวที่กระทรวง 14.00 น. จึงต้องเลื่อน

        ครม.มีเรื่องหารือนอกรอบ  ท่านนายกฯ เปิดประเด็นว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาแล้ว  กระทรวงมีข้อกังวล/ติดขัดในการทำงานประการใดบ้าง….เท่าที่ รมต. พูดกันมีของกระทรวงการต่างประเทศเรื่องการลงนามสนธิสัญญากับต่างประเทศ….ซึ่งอาจต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ…และคงต้องนำเรื่องเข้าสภา (สนช.) โดยเร่งรัด มีเรื่องแผนงานโครงการระยะยาวที่ผูกพันงบประมาณรัฐบาลชุดต่อไปว่า  ไม่ควรเสนอ ครม.พิจารณาตอนนี้…แต่เสนอเพื่อทราบและควรฝากเรื่องไว้ที่สภาพัฒน์ฯ จะปลอดภัยกว่า  ส่วนเรื่องสถานะการเป็นรัฐบาลรักษาการนั้น ครม.ชุดนี้ไม่เข้าข่าย….จนต่อเมื่อการเลือกตั้งแล้วเสร็จและมีการฟอร์ม ครม.ใหม่แล้วเท่านั้นจึงจะถือเป็นรัฐบาลรักษาการ!!

        ครม.วันนี้มีเรื่องของ พม.มากเป็นพิเศษ

1)              (ร่าง) ระเบียบ สน.ว่าด้วยเรื่อง ส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน….ครม.อนุมัติแม้มีเสียงติติงจาก มท.บางประการ  และแม้รู้กันดีว่า สนช.กำลังพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.เรื่องเดียวกันนี้อยู่

2)              เรื่องขอยกเลิกหนี้สินหมุนเวียนสมาชิกนิคมสร้างตนเอง 14 แห่ง (ใต้ 10, ภาคือื่น 14), ประชาชนที่เป็นลูกหนี้ (ใต้ 15,000 คน, ภาคอื่น 747 คน)  หนี้เงินต้น 375 ล้านบาท ดอกเบี้ย 910 ล้านบาท … ครม.มอบให้กระทรวงการคลังรับไปนำเข้าคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินเกษตรกร (กบส.) ก่อนแล้วนำมาเสนอ ครม.อีกครั้งภายใน พ.ย. 50….เรื่องนี้เป็นปัญหาหนี้เกษตรกรอันเนื่องมาจากโครงการรัฐ ซึ่งท่านนายกฯ อยากให้ยกเลิกให้ชาวบ้าน !

3)              พม.เสนอมาตรการภาษีให้เอื้อต่อการส่งเสริมการให้  และการอาสาช่วยเหลือสังคม  ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติเป็นผู้ส่งมาให้…มี 8 มาตรการ

§  ลดเกณฑ์พิจารณา องค์กรสถานสาธารณกุศล  เพื่อการยกเว้นภาษีโดยผลงานบัญชีจาก 3 ปี เหลือ 1-2 ปี

§  เว้นเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ของมูลนิธิ, สมาคม

§  ลดหย่อนภาษีมูลนิธิ/สมาคมเพิ่มจาก 10% เป็น 20%

§  กำหนดรายชื่อสถานที่พักฟื้น/บำบัด/ฟื้นฟูที่บริจาคเพื่อลดหย่อนเงินภาษี

§  เพิ่มรายการลดหย่อนภาษีเงินบริจาคของบริษัท/ท้องถิ่น

§  ลดภาษีเงินได้ของบริษัท/ห้างร้านที่ให้ลูกจ้างไปเป็นอาสาสมัคร

§  ขยายการลดหย่อนภาษีเงินได้ในการบริจาค 10% เป็น 20%

§  ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ดูแลอุปการะคนแก่, คนพิการ วงเงิน 30,000 บาท

กระทรวงการคลัง  ได้รับมอบหมายจาก ครม.ให้ไปพิจารณาเพิ่มเติมและแก้รูโหว่ในกรณีบริจาควัดได้ลดหย่อนภาษีแบบง่าย  และกรณีการฟอกเงิน !….โดยนำเข้า ครม.อีกครั้งภายใน พ.ย.50 

4)            อนุมัติระเบียบ สน. ส่งเสริมและประสานงานกิจการสตรี

5)            อนุมัติระเบียบ สน. ส่งเสริมและประสานงานกิจการสถาบันครอบครัว

6)            รับทราบการแต่งตั้งผู้ว่าการ กคช.คนใหม่ คุณสุชาติ  ศิริโยธิพันธุ์

        นอกจากนั้นมีการอนุมัติ (ร่าง) พ.ร.บ.การขายตรงและตลาดแบบตรงของ สคบ., ไม่อนุมัติใช้งบกลางของกระทรวงอุตสาหกรรมกรณีจัดตั้งระบบเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมนิคมมาบตาพุด, อนุมัติให้ กทม.เสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเยาวชน 2010 (เป็นคู่แข่งกับสิงคโปร์, มาเลย์ และประเทศนอก ASEAN อื่นๆ)  ใช้งบประมาณ 1,132 ล้าน, มติยุบบริษัทองค์กรฟอกหนังและองค์การแบตเตอรี่ของกลาโหม อนุมัติ (ร่าง) พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง  อนุมัติ (ร่าง) พ.ร.บ.เพื่อพัฒนาระบบตำรวจ  ฯลฯ

        เวลา 16.30 น.  กลับถึงกระทรวงมีกองทัพนักข่าวมารอตามนัดล่าช้าไป 2 ชั่วโมงเขาก็ยังรอกันครบทุกสื่อ, กล้อง TV. ไม่ต่ำกว่า 7 ตัว, นักข่าวร่วม 30… เรื่องที่สัมภาษณ์คือ ย้าย ปพม.ไปช่วยราชการ…ประเด็นที่ให้ข่าว  คือ

§ เป็นผลจากการตัดสินใจร่วมกันระหว่าง รมช.และ รมว. เมื่อ 13 ต.ค., ผมเข้าหารือนายกฯ และนายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจ 16 ต.ค., กระทั่งมีคำสั่งออกเป็นทางการ 19 ต.ค.

§ เป็นการให้ปลัด พม. ไปช่วยราชการที่ สปน.ชั่วคราว  เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการสอบข้อเท็จจริงมีความสะดวกขึ้น  โดยยังไม่ถือเป็นการลงโทษเพราะยังไม่ได้ตัดสินว่าผิด

§ ปลัด พม.รับสภาพได้ เพราะได้พูดคุยกันแล้ว  และท่านบอกยินดีช่วยสนับสนุนงาน พม.ต่อไป

§ หลังจากได้รับรายงานผลการสอบข้อเท็จแล้วอาจมีการตั้งคณะกรรมการ ชุด 2  เพื่อสอบสวนความผิด…ว่าผิด/ไม่ผิด…ทั้งทางวินัย/แพ่ง/อาญา…และจะนำไปสู่การพ้นมลทินหรือถูกลงโทษอย่างยุติธรรม…ซึ่งภายใน 3 เดือนสุดท้ายน่าจะชัดเจน

§ รมช.พม.ให้ความสำคัญในการดูแลการแต่งตั้งโยกย้าย C9,10 อันเป็นต้นเหตุความไม่ยุติธรรมและการร้องเรียนให้เป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่…ขอให้ข้าราชการมีความมั่นใจในกระบวนการ

§ พม.จะใช้ บ้านราชวิถีฟอรั่ม เป็นช่องทาง/เวทีในการ รวมพลคนรัก พม. …สร้างประชาคม พม.ที่เข้มแข็ง…สร้าง กระทรวง พม.เข้มแข็ง, พม.ธรรมาภิบาลและ พม. ที่มีเกียรติภูมิ

§ การซุกปัญหาหรือถ่วงเวลาให้หมดไป  ไม่ใช่วิสัยของ รมช.พลเดช

        หลังการสัมภาษณ์ศรัณย์ ปันนัดดาและโอภาสซึ่งฟังและสังเกตุการณ์โดยตลอด   บอกว่าท่านพูดดีเหลือเกิน  กินใจทุกประโยค  ผู้ฟังสัมผัสได้ท่านเป็นกลางและให้ความเป็นธรรม!

        หลังสัมภาษณ์  หารือรองฯ ชาญยุทธที่ต้องรักษาการแทน ปพม. และหน.สร. (ศรัณย์) เรื่องระเบียบ, คำสั่งที่จำเป็นต้องตรวจสอบปรับปรุงการทำงานแทน ปพม.ในเรื่องสำคัญๆ….การแบ่งภารกิจ รองฯ กานดา … และการกอบกู้เกียรติภูมิ พม.

        ประชุมคณะทำงานรัฐมนตรี (เอื้อจิต, ปกรณ์, พัชรา)  ช่วยประเมินสถานการณ์หลังประกาศจุดยืน  และเตรียมทีมงานพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีในช่วงโค้งสุดท้าย  ทุกคนมีความสุข มั่นใจและพร้อมรับสถานการณ์

บทเรียนสำคัญที่ได้วันนี้

·        ที่ ครม. การเสนอวาระ พม.เข้าที่ประชุม ครม. รมช.พลเดชใช้สไตล์ของตนเองในการนำเสนอต่อที่ประชุม  ในลักษณะ ให้เกียรติ  ไม่กดดันที่ประชุม  เช่น  กรณีมาตรการลดหย่อนภาษี เลือกใช้คำพูดว่า เรื่องข้อเสนอนี้เป็นหน้าที่ของ พม.ซึ่งประมวลจากความต้องการของภาคีเครือข่าย  แต่ผู้ปฏิบัติคือกระทรวงการคลัง  ดังนั้น ครม. ดังนั้น ครม. จึงต้องฟัง กระทรวงการคลังและมหาดไทยเป็นพิเศษ  ….เท่านี้ รมช.สมหมายก็ยิ้ม…ที่ประชุมไม่เครียด…สุดท้าย ครม.ให้มากกว่าที่เสนอ  แทนที่จะถูกต้านและเกิดความขัดแย้งระหว่างกระทรวง

                    เรื่องร่างระเบียบ สน.ว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน…เป็นเรื่องที่ พม.ดำเนินการตามมติ ครม. 11 ก.ย.50  ว่าให้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกฯ แทนการออก พ.ร.บ. ข้อสังเกต 5 ประการของ มท. นั้นได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้วและแก้ไขในเนื้อหาสาระไว้แล้วทุกประการ…แต่อย่างไรก็ตาม  ที่ประชุมจะเห็นชอบประการใดก็สุดแท้แต่การพิจารณาของ ครม.ครับ !  ด้วยวิธีการของขิงอ่อนแบบนี้บรรยาการประชุมจึงไม่เครียด

แนวทางการแก้ปัญหาจริยธรรม พม. และมอบภารกิจรองปลัดร่วมรับผิดชอบ

23  ตุลาคม  2550

        ไปศูนย์หนังสือ  และแวะไปเยี่ยมก๋งผ่าตัดหัวเข่าที่โรงพยาบาลจุฬา

        เวลา 15.00 น.  ไปร่วมงานพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า

        เวลา 19.00 น.  ไปเป็นประธานพิธีเปิดงานท่องเที่ยวแทน รองนายกฯ ไพบูลย์

ครั้งแรกคิดว่าเป็นงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ  แต่ที่จริงเป็นงานขององค์การมหาชนองค์กรหนึ่งในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีภารกิจในการส่งเสริมการจัดการประชุมสัมมนาในประเทศไทย  โดยดึงตลาดต่างประเทศเข้ามาใช้บริการ  และรองนายกฯ ไพบูลย์ ท่านเป็นประธานบอร์ดโดยตำแหน่ง  และรับผิดชอบโดยตรง

องค์การนี้มีเจ้าหน้าที่ 40 คน  งบประมาณปีละ 300 ล้านบาท  งานของเขาต้องติดต่อทำงานกับ Agency ต่างประเทศ  ผู้อำนวยการชื่อณัฐวุฒิ  เป็นเด็กหนุ่มที่คล่องแคล่วและมีลักษณะอินเตอร์ที่น่าชื่นชมทีเดียว

พิธีการเขาทำ grand มาก,  Organizer จัดให้มีดาราหนุ่มสาวที่พูด 2 ภาษาคล่องแคล่วมาก  รมช.พม.ต้องปรับตัวกับบรรยากาศ  และผู้คนอย่างมากทีเดียว  หลัง Speech เปิดงานแล้วเขาเชิญประธานไปตีกลอง 3 ที, ถ่ายรูปแล้วเป็นอันเสร็จพิธี

24  ตุลาคม  2550

        ตอนเช้าถึงเที่ยง   มีนัดพูดคุยกับอธิบดีเป็นรายคน   ผอ.สท.,  รอง ปพม.กานดา  และอธิบดี พส.  ทำให้ไม่มีเวลาไปร่วมประชุมกรรมการกลั่นกรอง

         เวลา 14.30 น.  เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ TV.11  จับข่าวคุยตะลุยสิบทิศ  ซึ่งสภาคนพิการเป็นผู้ดำเนินรายการเอง  เป้าหมายคือการสร้างความเข้าใจ-ทัศนคติที่ดีต่อคนพิการ  มุ่งให้สังคมได้มองเห็นศักยภาพคนพิการแทนที่จะมารู้สึกสงสารด้วยเวทนานิยม

        TV.11 นัดสัมภาษณ์งาน พม.และกรณี ปลัด พม.ด้วย  นักข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาร่วม ตอนค่ำโทรไปหาคุณย่าบอกว่าไม่สามารถไปเยี่ยมได้จะไปพรุ่งนี้แทน  คุณย่าบอกว่าไม่ต้องมาหรอกวันนี้แม่เห็นแกในข่าวโทรทัศน์หลายรอบ!

        เวลา 15.30 น.  ไปหารือกับรองนายกฯ ไพบูลย์, สิน, กฤษดา  เรื่องการตั้งกรรมการพัฒนาธรรมาภิบาล พม.  รองนายกฯ อยากให้จุรี, อรพินท์, อาณัติ, สีมา  ร่วมเป็นคณะกรรมการ

        เวลา 16.00 น.  รีบไป สนช.เพื่อตอบกระทู้สดเรื่อง  แฟลตดินแดง  มีเวลาอธิบายชี้แจง 30 นาทีตามระเบียบข้อบังคับของสภา  ครูหยุยตั้งกระทู้ถาม 5 นาที  รมช.ตอบ 25 นาทีหมดเวลาพอดี  ประเด็นที่ตอบคือ

§  แฟลตดินแดงเป็นอาคารเคหะสงเคราะห์ประเภทแฟลตรุ่นแรกในประเทศไทยมีอายุ 45 ปี  เก่าแก่ทรุดโทรมตามอายุขัยและการใช้งาน

§  สถาบัน AIT ตรวจสภาพปี 49 เปรียบเทียบปี 46  พบว่าทรุดโทรมลงเร็วมากจนน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

§  บอร์ด กคช.ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางจากเดิมตั้งใจจะซ่อมมาเป็นการสร้างใหม่ โดยมีเหตุผลด้านความปลอดภัย,ด้านการบริหารจัดการ,ด้านการพัฒนาและด้านเศรษฐศาสตร์การลงทุน

§  ชาวบ้านที่คัดค้านคือแกนนำจำนวนหนึ่ง  แต่ชาวแฟลตส่วนใหญ่  มิได้ต้องการแบบนั้น/แบบเดียว  การจัดเวทีพูดคุยเป็นรายตึก 2-3 ครั้ง  สรุปได้ว่าชาวแฟลตมี 4 ประเภทความต้องการ

§  กคช.นำความต้องการทั้ง 4 แบบมายกร่างเป็นข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อการเจรจากับชาวแฟลต  ได้แก่

1)              พวกที่ต้องการตึกใหม่แต่ขออยู่ในที่เดิมราคาถูก จะได้อยู่ที่เดิมในอัตราค่าเช่า 50%

2)              พวกที่ต้องการกลับไปต่างจังหวัดและเงินสดไปลงทุน…..จะได้ค่าชดเชย 250,000 และค่าขนย้าย 10,000 บาท

3)              พวกที่อยากแลกเป็นบ้านเอื้ออาทรชานเมือง…..จะได้บ้านเอื้ออาทร 1 หลังในราคา 390,000 บาท

4)              พวกที่ไม่ไปไหน/ไม่อยากได้ตึกใหม่…..จะได้อยู่ตึกเก่า/ราคาเดิมโดยย้ายไปอยู่ในตึกที่มีสภาพดีกว่า (สีเหลือง และสีเขียว)

25  ตุลาคม  2550

        เวลา 08.30 น.  คณะของเลขาธิการ กพร. (ทศพร)/รองเลขา (อาวุธ) มาพบเพื่อรับฟังนโยบายของ รมช.พลเดช ในเรื่องโครงสร้างกระทรวง  หารือกันด้วยดีได้ข้อสรุปว่า 

§  จะแก้ พ.ร.บ.กำหนดส่วนราชการโดยเปลี่ยนแต่ชื่อหน่วยงาน พม. และกำหนดหน่วยงานใหม่ตามที่มีกฎหมายใหม่ๆ พม.ออกมา

§  จะแก้กฎกระทรวงเพื่อนำเอาโครงสร้างในฝัน พม.มาบรรจุไว้บางส่วน  เช่น  SDU 2 หน่วย (สถาบันวิจัย/กองทุนสังคม)

§  ตกลงกันว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อยุติและนำเข้าคณะกรรมการโครงสร้างทันที  จากนั้นจะนำเข้า ครม. และผ่านให้ได้ภายใน 3 เดือน

        เวลา 09.30 น.  ประชุม กผส.มีความก้าวหน้าสำคัญคือการพิจารณาข้อสรุปจากเวทีสัมมนาวิชาการ ผส.เรื่อง บำนาญผู้สูงอายุ  ที่ประชุมมีมติรับทราบ  และสนับสนุนการพัฒนาระบบบำนาญผู้สูงอายุ, ตั้งคณะกรรมการไปทำรายละเอียดก่อนเสนอ ครม.

        เวลา 15.30 น.  ประชุมคณะทำงาน พ.ร.บ.ซะกาต  ซึ่งกระบวนการเสนอกฎหมายอยู่ในขั้น สคก. (กฤษฎีกา) และเกิดแรงต้านจากผู้นำมุสลิมบางคนในสำนักงานคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย  ระดมความคิดเห็นจนได้ข้อยุติว่า

§  ปล่อยให้กระบวนการกฎหมายเดินไปตามปกติ  โดยไม่ต้องเร่งรัดมาก

§  ใช้วิธีการพูดคุยกับเจ้าตัวผู้คัดค้านเพื่อหาจุดยืนร่วมให้ได้

§  ไม่ใช้วิธีแตกหักในเครือข่ายสังคม  แต่รอเวลา

§  หากต้องข้ามไปถึงรัฐบาลใหม่ พม.ก็จะยืนยันกฎหมายฉบับนี้ต่อไป  ขอเพียงพวกเขาในหมู่พี่น้องมุสลิมพูดคุยกันให้ลงตัว

        เวลา 16.30 น.  ไปรับฟังผลสรุป Workshop ของข้าราชการหัวหน้าหน่วยของกรม พส. จากทั่วประเทศ  และให้นโยบายด้วยการบรรยายพิเศษ  โดยผมเน้นไปที่ประเด็นผลกระทบจากพายุจริยธรรม  ที่ประชุมเงียบกริบ  หลังประชุมโอภาส  และสุภวัฒน์สะท้อนว่า  ทุกคนพอใจกันมากผู้นำต้องอย่างนี้! นิ่มนวล  ให้เกียรติคน  ให้กำลังใจทุกฝ่าย 

        เวลา 18.00 น.  สัมภาษณ์รายการวิทยุ  หน้าต่างสังคม  เรื่องราชวิถีฟอรั่ม

        ไปเยี่ยมคุณย่าที่บ้านน้องสาวกลับถึงบ้าน 3 ทุ่มเศษ

26  ตุลาคม  2550

        เวลา 08.00 น.  หารือ 2 รองปลัด พม.เรื่องกระบวนการคัดสรรบุคลากรดำรงตำแหน่ง C9 ทั่วประเทศเพื่อให้เกิดเอกภาพ

        เวลา 08.30 น.  เปิดเวทีบ้านราชวิถีฟอรั่ม   มีคนร่วมมี 80 คน (ตั้งเป้าแค่ 40) มีข้าราชการเกษียณ 3 คนเข้าร่วม  บรรยากาศระดมความคิด  กอบกู้ภาพลักษณ์ พม. เป็นไปด้วยดี  คุณสุวิทย์  ผอ.สค. และสุภาชัย (ผู้ตรวจราชการ)  ปะทะคารมจนเกือบเกิดเรื่อง  รมช.พลเดช สรุปปิดท้ายการประชุมได้ 7 ประการ

1)              พายุจริยธรรมกระทบ พม. แต่ไม่ถึงกับล่มสลาย  เพราะมีทุนสังคมมากพอ

2)              จุดยืนต้องตรงกันคือ  ปรปักษ์รักษา พม. เพื่อ พม.เข้มแข็ง  ธรรมาภิบาล  สามัคคี

3)              ท่าทีคือเผชิญความจริง  กล้าเปลี่ยนแปลง  เดินหน้าสร้างผลงาน

4)              สร้างความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย

5)              สื่อสารภายในให้มากขึ้น  ประสานรอยร้าว  สร้างความเข้าใจ

6)              สร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมด้วยการทำกองทุน/มูลนิธิของ พม.ให้โปร่งใส

7)              สร้างศรัทธาประชาชนโดยดูแลหน่วยบริการ/สถานสงเคราะห์ให้ดี

        เวลา 14.00 น. ออกรายการ บ้านนี้มีคำตอบ เรื่องหอพักร่วมกับ ดร.ปริญญา  เทวานฤมิตรกุล  ทาง TV.9 อสมท.

        เวลา 16.00 น.  บันทึกรายการโจทย์แผ่นดิน, Nation  Channel, ว่าด้วยเรื่อง “12 เดือนงาน พม. และ 3 เดือนสุดท้ายจะทำอะไร ใช้เวลา  2 ชั่วโมง

        เวลา 18.00 น.  บันทึกรายการ TV.สารคดีสั้น  สังคมไม่ทอดทิ้งกัน  ของพานอรามา, ช่อง 9 อสมท. จำนวน 5 ตอน (ความฝันพิการ, อาชีพคนพิการ, สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ, ความรุนแรงในครอบครัว  และสถานเลี้ยงดูเด็กเอกภาพ)

        กลับบ้านด้วยความอ่อนล้า  เพราะใช้สมองมากเหลือเกินในวันนี้

27  ตุลาคม  2550

        ไปเป็นประธานพิธีปิดสมัชชาคุณธรรมอีสานที่อำนาจเจริญ ปฏิบัติหน้าที่ 3 จุด

        เวลา 09.30 น.  ที่วัดโคกกอก  ต.ผือ  อ.เมือง  จ.อำนาจเจริญ  (โครงการธรรมวิพากษ์เยาวชน) 

        เวลา 10.30 น.  ที่โรงแรมในเมืองพบเครือข่ายองค์กรชุมชนและผู้ว่าราชการจังหวัด

        เวลา 13.30 น.  ที่วัดโพศิลา  อ.ลืออำนาจ  จ.อำนาจเจริญ  สมัชชา/ตลาดนัดคุณธรรมภาคอีสาน 19 จังหวัดร่วมกับวัด  มีศูนย์คุณธรรมเป็นองค์กรสนับสนุน

        กลับถึงบ้าน 20.30 น.

Be the first to comment on "ตอนที่ 61 จัดทัพ…..ปรับขบวน"

Leave a comment

Your email address will not be published.