คำอวยพรงานมงคลสมรส

คำอวยพรงานมงคลสมรส

รสธร เกิดวงศ์หงส์ (โน้ต) – วรพจน์ ศรีธิมากุล(ลี)

 

 

๕ เมษายน ๒๕๕๗ ณ โรงแรมThe Okura Prestige กรุงเทพฯ

 

นายแพทย์พลเดช  ปิ่นประทีป  ประธานในพิธีฉลองมงคลสมรส

 

ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย

ผมรู้สึกมีความสุข ความอิ่มเอมใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีฉลองมงคลสมรสของเจ้าสาว น้องโน้ต(รสธร เกิดวงศ์หงส์) กับเจ้าบ่าว หลานลี (วรพจน์ ศรีธิมากุล)ในวันนี้ 

ในด้านหนึ่ง ผมเองเป็นน้าชายของฝ่ายเจ้าสาว ที่เฝ้าดูความเจริญเติบโตของหลายสาวคนนี้มาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วัยยังเตาะแตะ เห็นพัฒนาการทางกายภาพ นิสัยใจคอ การศึกษาเล่าเรียนและวุฒิภาวะทางสติปัญญาของหลานมาตามลำดับในความเจริญวัย เมื่อมาถึงวันที่หลานสาวจะมีครอบครัว จึงปลื้มปิติเป็นพิเศษ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้รับทราบว่าฝ่ายเจ้าบ่าวที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตของหลานผู้เป็นที่รัก เป็นคนหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นในการประกอบสัมมาชีพและเป็นผู้ประกอบการงานศิลป์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ จึงยินดีมากขึ้นไปอีก  ยิ่งเมื่อได้เห็นเพื่อนสนิทมิตรสหาย ญาติพี่น้องและแขกเหรื่อผู้มีเกียรติมาชุมนุมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมพรั่ง ด้วยสีหน้าแววตาที่เป็นสุข ก็ยิ่งทำให้ผมมีความอิ่มเอิบใจขึ้นไปเป็นทบทวี

คู่บ่าวสาว หลานรักทั้งสอง และท่านผู้มีเกียรติครับ

การสมรสเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตครอบครัวของชายหญิงคู่หนึ่ง  ชีวิตครอบครัวเป็นช่วงเวลาของการเดินทางไกลที่สุดในชีวิตของคนทั้งสอง  การประคองคู่ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเคียงข้างกันก้าวเดินไปในวิถีชีวิต จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีความสุขตามอัตภาพ ตราบจนสิ้นอายุขัยจากกันไปตามธรรมชาติ นับเป็นสุดยอดปรารถนาของปุถุชนอย่างพวกเราทุกผู้ทุกคน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเดินทางไกลใดๆที่จะมีแต่ความราบเรียบรื่นรมย์ เสมือนปูด้วยพรมที่อ่อนนุ่มและโปรยปรายด้วยกลีบกุหลาบรอเราอยู่ตลอดทาง  ตรงกันข้ามในโลกของความเป็นจริง สามีและภรรยาทุกคู่ ต่างต้องพร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคปัญหาที่อาจประเดประดังเข้ามาเผชิญหน้าท้าทาย มากบ้างน้อยบาง รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง เป็นระยะๆอย่างนี้กันไปตลอดทาง

การที่คู่บ่าวสาวตัดสินใจเข้าสู่พิธีมงคลสมรส  สละชีวิตโสดที่เคยเป็นอิสระ มามอบกายใจให้แก่กัน นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง เป็นการประกาศเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ เป็นการเตรียมตัวไปสู่การเป็นพ่อเป็นแม่และเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีในอนาคต  

โดยส่วนตัวของผม เมื่อได้เห็นคู่บ่าวสาวของเราในวันนี้แล้ว  ผมเห็นความถึงพร้อมด้วยวุฒิภาวะ ความเป็นผู้ใหญ่และการมีวิชาชีพที่มั่นคงของทั้งคู่  ทำให้มีความรู้สึกชื่นชมยินดี  ด้วยมั่นใจว่าหลานทั้งสองสามารถออกสตาร์ทชีวิตครอบครัวของตนได้อย่างสวยงาม และ เชื่อมั่นลึกๆว่า ทั้งสองได้สร้างหลักประกันในการเดินทางไกลของตนที่สมบูรณ์แบบตามสมควรแล้ว

ในโอกาสสำคัญวันนี้ ในฐานะประธานในพิธีฉลองมงคลสมรสและฐานะตัวแทนวงศาคณาญาติของฝ่ายเจ้าสาว  ผมขออนุญาตกล่าวให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว สำหรับเป็นคติเตือนใจในการครองชีวิตคู่บางประการ เป็นคติธรรมเพื่อการเดินทางไกลไปบนเส้นทางชีวิต เส้นทางในการสร้างและทำนุบำรุงครอบครัวและวงศ์ตระกูล

หลานรักทั้งสองครับ

 

           ชีวิตของเธอผ่านห้วงเวลามาแล้ว ๑ ใน ๓   เธอได้มาเจอะเจอเป็นเนื้อคู่ และแต่งงานเป็นครอบครัวกันในวันนี้ นั่นเป็นเพราะกุศลผลบุญหรือวาสนาที่เธอมีมาในอดีต  รวมถึงอดีตชาติของเธอตามคติของชาวพุทธ  สิ่งนี้เรียกว่าเป็นบุญเก่า

 

แต่นับจากวันนี้ไป การเดินทางไกลส่วนที่เหลืออีก๒ใน๓ของชีวิต เป็นเรื่องของกรรมหรือการกระทำของเธอในปัจจุบันและอนาคต ที่จะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตลอดเส้นทาง

ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เดินทางไกลมาก่อน ต่างประจักษ์แล้วว่าทางชีวิตที่ยาวไกลนี้ เป็นหนทางที่ต้องใช้สติปัญญาและความอดทนอดกลั้นอย่างสูงร่วมกันของคู่ชีวิต 

ในระหว่างทางต่างคนต่างเหนื่อย ต่างคนต่างมีภาวะกดดัน การระหองระแหงกระทบกระทั่งกันบ้างนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร คุณพ่อคุณแม่ขอพวกเราต่างก็ผ่านมันมาระยะหนึ่งแล้ว และยังต้องร่วมเดินทางไกลต่อไป ก่อนที่จะลาจากกันตามอายุขัย

เพื่อให้เธอทั้งสอง สามารถครองคู่ได้อย่างมีความสุข  หลีกเลี่ยงอุปสรรคปัญหาที่ไม่จำเป็นและสามารถร่วมเดินทางไปได้ด้วยความสุขความเบิกบาน โดยมีกันและกัน รวมทั้งลูกหลานเหลนอยู่เคียงข้างกันไป  ผมขอนำพระสูตรบทหนึ่งของพระพุทธเจ้ามาให้ไว้เป็นโอวาทสำหรับเตือนใจ

ต่อคำถามว่าถ้าสามีภรรยาจะมีความสุขและพบกันไปจนถึงชาติหน้าได้ควรทำเช่นไร  พระพุทธองค์ท่านตรัสสอนทั้งฆราวาสและบรรพชิตไว้ในปฐมสมชีวีสูตร และ ทุติยทมชีวีสูตร  ว่า   ทั้ง ๒ พึงมีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน  สามีและภรรยาทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นย่อมได้พบกันทั้งในชาตินี้และชาติหน้า”

กล่าวคือ ให้มีความเสมอกันใน๔เรื่อง  ดังนี้

            ๑.ท่านสอนว่าต้องมีศรัทธาเสมอกัน 

ศรัทธา คือความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล

เราทุกคนต่างมีศรัทธาไปในเรื่องอันหลากหลาย ทั้งทางโลกและทางธรรม  ทั้งทางเศรษฐกิจ การทำมาหากิน สังคม การเมือง  รวมทั้งศรัทธาต่อชีวิต ศรัทธาในสิ่งที่เป็นคุณค่าทางนามธรรม ได้แก่คุณธรรมความดีงามทั้งหลาย

สามีภรรยาที่มีศรัทธาเสมอกัน คือ ใกล้เคียงกัน ไปด้วยกัน ไปทางเดียวกัน อย่างนี้ก็จะไม่เกิดความขัดแย้ง ไม่เป็นทุกข์

ที่สำคัญ เธอต้องมีศรัทธาในชีวิตคู่  มีศรัทธาต่อคู่ชีวิต ศรัทธาในความรักและการตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน

เมื่อคนหนึ่งร้อนอีกคนหนึ่งต้องเย็น อย่าร้อนเข้าหากัน จะทำให้ชีวิตคู่เสียหาย 

เมื่อคนหนึ่งขึ้นเสียง อีกคนต้องตั้งสตินับหนึ่งถึงสิบในใจ

ต้องพูดจากันเบาๆ อย่าใช้เสียงดังเข้าใส่กัน

อย่าปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาทำลายศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ของเราสอง

 

            ๒. ท่านสอนว่าต้องมีศีลเสมอกัน

 

            ศีล คือข้อปฏิบัติพื้นฐาน สำหรับควบคุมความประพฤติทางกายและทางวาจา ให้ตั้งอยู่ในความดีงาม ความปกติสุข

เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งที่ไม่จำเป็น ทั้งผู้เป็นสามี และผู้เป็นภรรยา ต่างควรต้องสำรวมกาย สำรวมวาจาระหว่างกัน และระหว่างสมาชิกในครอบครัว  

ควรเจรจาพูดคุยกันด้วยวาจาที่ไพเราะอ่อนหวาน

ควรดำเนินชีวิตโดยธรรม รักใคร่ ไม่คิดร้ายต่อกัน 

มีความผาสุก ความเจริญรุ่งเรืองและวัตรปฏิบัติที่เสมอกัน

ร่วมทั้งทุกข์ ร่วมทั้งสุข

โดยเฉพาะผู้เป็นสามี ต้องรู้จักใช้อารมณ์ขัน รู้จักยอม รู้จักนิ่ง รู้จักหยุด

ผู้หญิงมักมีสัญชาติญาณของความเป็นแม่ที่ระแวดระวังภัย การยอมแพ้ภรรยาเป็นสิ่งประเสริฐ ผู้ชายที่เกรงใจภรรยามักเจริญก้าวหน้าด้วยกันทุกคน

 

           ๓.ท่านว่าต้องมีจาคะเสมอกัน

 

จาคะนั้น เป็นสิ่งที่สูงไปกว่าทานหรือการให้

จาคะ หมายถึง การสละสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในตน สละวัตถุสิ่งของ สละกิเลส สละความเห็นแก่ตัว สละนิสัยไม่ดี

เราทุกคนต่างมีจุดดีและข้อจำกัดกันไปต่างๆนานา แต่เราก็รักภรรยาและสามีของเราอย่างที่เขาเป็นเขา

ทั้งผู้เป็นสามีและผู้เป็นภรรยา ควรมองข้อดีของกันและกันด้วยความชื่นชม

ในขณะเดียวกันก็ควรหมั่นสำรวจตนเอง และขัดเกลาสิ่งในตนที่อาจเป็นอุปสรรคต่อชีวิตคู่

การเรียกร้องให้อีกฝ่ายต้องปรับตัวเข้ามาหาตนแต่ถ่ายเดียว  เป็นสิ่งตรงข้ามกับสิ่งที่เรียกว่ามีจาคะที่เสมอกัน

 

           ๔.ท่านว่าต้องมีปัญญาเสมอกัน

 

ปัญญา คือความรู้ทั่ว ไม่ใช่แค่มีความรู้ แต่รู้ทั่วว่าอะไรดีอะไรไม่ดี  อะไรควรอะไรไม่ควร

ครอบครัวและวงศ์ตระกูลของเราสอง ล้วนเป็นผู้มีปัญญาความรู้ 

ครอบครัวของเธอควรเป็นเยี่ยงครอบครัวของปัญญาชน

ขอให้หลานทั้งสองเป็นคู่ชีวิตที่มีเหตุมีผล ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

ไม่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะเลวร้ายปานใด จักต้องไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้กำลังเข้าแก้ปัญหาเป็นอันขาด

จงใช้การค่อยพูดค่อยจากัน ถ้ายังไม่มีอารมณ์พูดคุยก็จงพักรอไว้ก่อน รอเมื่ออารมณ์เย็นลง

เมื่อใดก็ตามที่ไม่สามารถใช้เหตุใช้ผลเพื่อหาข้อยุติได้

ขอจงหยุดหาเหตุหาผลมาทุ่มเถียงกัน แต่จงใช้ความรักเข้ามาแก้ปัญหาแทน

เพราะความรักไม่ต้องการเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบาย ความรักต้องการศรัทธา

ขอให้นึกถึงวันนี้ วันที่ความรักของเราสุกงอมท่ามกลางญาติมิตรมิตรสหายมาร่วมยินดีปรีดา

           

            ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายครับ

เพื่อเป็นการอวยพรให้คู่บ่าวสาว ได้ประสุขความสุขความสำเร็จ ทั้งในชีวิตครอบครัวและชีวิตการงาน

บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว

ขอท่านทั้งหลายลุกยืนขึ้น และร่วมดื่มอวยพรแก่คู่บ่าวสาวโดยพร้อมเพรียงกัน

ไชโย   ไชโย   ไชโย

Be the first to comment on "คำอวยพรงานมงคลสมรส"

Leave a comment

Your email address will not be published.